วิชานิลกาฬฉุดคร่าวิญญาณกลับไม่ได้มีผลข้างเคียงร้ายแรงถึงเพียงนั้น ความยากอยู่ที่วัตถุภายนอกต่างหาก เพราะการจะฝึกวิชานี้ให้สำเร็จได้ จำต้องอาศัยหยกวิเศษเสวียนพิ่นไท่อินเป็นสื่อกลาง หากไม่มีสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ ต่อให้ท่านมีพลังบำเพ็ญสูงส่งเพียงใด หรือมีสติปัญญาสูงส่งปานใด ก็ไม่อาจฝึกสำเร็จได้
แต่เจ้ากรรม…หยกวิเศษเสวียนพิ่นไท่อินนี้กลับหายากอย่างถึงที่สุด
หายากเพียงใดน่ะหรือ? พูดได้คำเดียว แม้แต่ในสารบัญแลกเปลี่ยนของนิกายศักดิ์สิทธิ์ ยังไม่มีสมบัตินี้ปรากฏอยู่… ต่อให้ท่านมีแต้มคุณูปการมากมายเพียงใดก็ซื้อไม่ได้อยู่ดี
ด้วยขุมทรัพยากรของนิกายศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่เพียงนั้น ยังไร้เงาสิ่งของชิ้นนี้
จึงเห็นได้ชัดว่า การจะฝึกวิชาเทพบทนี้ให้สำเร็จได้นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับโชควาสนาและบุญบารมีของผู้บำเพ็ญเพียรโดยแท้ หากไร้วาสนา แม้ท่านจะเสาะหาไปทั่วใต้หล้าก็ไร้ผลโดยสิ้นเชิง
ด้วยเหตุนี้ ลวี่หยางจึงเพียงเหลือบมองแวบเดียว ก่อนจะตัดใจละทิ้งอย่างเด็ดขาด หันไปพิจารณาวิชาเทพบทที่สาม ยันต์เทวโองการไท่เวยแทน
แต่สิ่งที่ทำให้เขาได้แต่ถอนใจคือ ถึงแม้ว่าวิชาเทพบทนี้จะไม่ต้องพึ่งพาสมบัติล้ำค่าใด และไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง แต่กลับ…ยากเย็นอย่างที่สุด
ลวี่หยางนั่งดูอยู่ทั้งคืน กลับแทบไม่ได้อะไรติดมือ
“คล้ายจะเป็นค่ายกล แต่ก็คล้ายจะเป็นยันต์ กลับถูกจัดให้เป็นวิชาเทพ… การจะเรียนรู้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสติปัญญาล้วนๆ