นเฟิงก็ไม่อาจเป็นใครไปได้อีก
เพียงแต่…..
นั่นมันนายน้อยแห่งตระกูลเฉินเชียวนะ หานหลงตาเป็นประกายอย่างตื่นเต้น ถ้าเขารู้ตัวตนที่แท้จริงของเฉินเฟิงตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องให้เฉินเฟิงลงแรงขู่เขาหรอก เขายินยอมพร้อมใจจะวิ่งเข้าไปคุกเข่าเป็นหมาให้เฉินเฟิงได้เลย
ไม่ผิดแน่ เบื้องหลังของเฉินเฟิง นั้นคือตระกูลเฉิน!
ผู้คนไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ดิ้นรนให้ตายก็ไม่ได้แตะตระกูลเฉิน!
เฉินเฟิงเป็นเพียงคนเดียวที่เดินออกมาจากประตู หลังจากออกมาแล้วจึงเห็นเสี้ยเมิ่งเหยาที่ยืนเงียบๆ อยู่คนเดียว
เมื่อเห็นเฉินเฟิงยังปลอดภัยดี เสี้ยเมิ่งเหยาแทบจะยืนไม่ติด พุ่งเข้ากอดเฉินเฟิงแน่น
เห็นขอบตารื่นแดงของเสี้ยเมิ่งเหยาแล้ว เฉินเฟิงพลันปวดใจ
“เรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรแล้วล่ะ”เฉินเฟิงตบไหล่เสี้ยเมิ่งเหยาเบาๆ ก่อนเอ่ยปลอบ
“จากนี้อย่าไปสู้กับใครอีกนะ”เสี้ยเมิ่งเหยาพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากที่ออกมาแล้วเธอก็เพิ่งได้สติ ว่าตอนนั้นถึงเฉินเฟิงจะเดินออกมาด้วยกันกับเธอ เชื่อว่าเสิ่นจุนเหวินก็คงไม่กล้าขวางหรอก แต่เฉินเฟิงกับอยู่ต่อ แม้จะไม่เกิดเรื่องขึ้น แต่ก็ทำให้เธอวิตกกังวลมาก
เฉินเฟิงยิ้มเฝื่อนพลางพยักหน้า ถ้าหากทำได้เขาก็อยากคุยกันด้วยเหตุผล แต่กับบางคน คุณคุยกับเขาด้วยเหตุผล เขาก็ตอบคุณด้วยกำปั้น พอคุณจะคุยกับเขาด้วยกำปั้น เขาก็คิดจะคุยเหตุผลกับคุณขึ้นมา
“จริงสิ นาย…”
เสี้ยเมิ่งเหยามองเฉินเฟิงอย่างลังเล อยากจะถามเฉินเฟิงว่าท