เดือนเท่านี้ก็คงจะดีใจกระโดดโลดเต้นไปแล้ว แต่เฉินเฟิงแค่รู้สึกอยากจะหัวเราะ
แม้แต่มรดกล้านล้านของตระกูลเฉินยังไม่อยู่ในสายตาของเฉินเฟิง นึกไม่ถึงว่าเสิ่นจุนเหวินจะให้เงินหนึ่งล้าน
“ทำไม? น้อยไปเหรอ? งั้นฉันเพิ่มให้นายห้าแสน!”เสิ่นจุนเหวินกัดฟันพูด ถึงเขาจะเป็นหลานชายของเสิ่นหงชัง ใช้เงินปีละยี่สิบล้านจ้างบอดี้การ์ดก็ออกจะบาดเนื้ออยู่เหมือนกัน
นี่มันใช้ทองพันชั่งซื้อกระดูกชัดๆ เฉินเฟิงคงจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรนะ
เฉินเฟิงส่ายหัว “เสิ่นจุนเหวิน ถ้าพูดไปนายคงไม่เชื่อ คำพูดของนายวันนี้ช่วยชีวิตนายไว้”
สีหน้าของเสิ่นจุนเหวินเปลี่ยนไป “เฉินเฟิง นายหมายความว่ายังไง?”
“ไม่มีอะไรหรอก นายรีบเอาเงินพันล้านของนายจากแม่ฉันคืนไปซะ แล้วไปให้พ้นจากชางโจว และสัญญากับฉันว่าจะไม่ก้าวเข้ามาในชางโจวอีก เรื่องระหว่างเราก่อนนี้ ก็แล้วกันไป”เฉินเฟิงพูดอย่างเฉยชา ถ้าเสิ่นจุนเหวินอยากจะสู้กับเขาจนถึงที่สุดจริงๆ เขาก็คงจะปล่อยเสิ่นจุนเหวินไว้ไม่ได้ อย่างน้อยก็ควรปล่อยให้เสิ่นจุนเหวินหลบออกไป
แต่ในเมื่อเสิ่นจุนเหวินตั้งใจที่จะใช้ไม้นวม เฉินเฟิงจะก้าวร้าวเกินไปคงไม่ดีนัก ถึงอย่างไรเสิ่นจุนเหวินก็เป็นหลานชายของเสิ่นหงชัง เขากันเสิ่นหงชังในตอนนี้ยังเป็นพันธมิตรกันอยู่ นอกจากนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเสิ่นจุนเหวิน เขาก็คงต้องวุ่นวายไม่น้อย
“นายกำลังล้อเล่นอยู่เหรอ?”เสิ่นจุนเหวินแทบหน้ามืด ฟังความหมายในคำพูดของเฉินเฟิง คาด