้าเปลี่ยนไปแรกสุดเลยนั้นก็คือเสิ่นจุนเหวิน ในฐานะผู้ที่เชี่ยวชาญก็ยิ่งรู้ว่าเป็นอย่างไร ในบรรดาคนทั้งหมด ทักษะการเล่นเปียโนของเขาสูงที่สุด ในโน้ตแบบเดียวกันแล้ว ให้คนทั่วไปฟังก็คงรู้สึกได้แค่ว่ามันเพราะ แต่หากจะให้บอกว่าเพราะตรงไหน พวกเขากลับไม่สามารถบอกได้
แต่กับเสิ่นจุนเหวินที่ฝึกฝนเปียโนมากว่าสิบปี กลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าโน้ตที่เฉินเฟิงบรรเลงมีความลื่นไหลเป็นธรรมชาติมาก!
กล่าวก็คือเป็นท่วงทำนองที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีช่องว่างระหว่างโน้ตเลยแม้แต่น้อย
แค่เรื่องของการควบคุมจังหวะ เฉินเฟิงก็ทิ้งห่างเขาไปแล้วหลายขุม!
เสี้ยเมิ่งเหยาในขณะนั้นไม่ได้ตกตะลึงน้อยไปกว่าเสิ่นจุนเหวินเลย 《ถึงอลิซ》เหมือนกัน แต่ที่เสิ่นจุนเหวินบรรเลงไปเมื่อครู่ เสี้ยเมิ่งเหยารู้สึกว่าเป็นแค่การทำตามตำราเท่านั้น แม้ว่าจะเพราะ แต่ก็ขาดความลื่นไหลไปสักหน่อย เห็นได้ชัดว่าเสิ่นจุนเหวินไม่ได้ตระหนักถึงความหมายที่แท้จริงของ《ถึงอลิซ》เพียงแค่เล่นไปตามโน้ตเท่านั้น
แต่เมื่ออยู่ในมือของเฉินเฟิง 《ถึงอลิซ》ก็ราวกับจะมีชีวิตจิตวิญญาณ!
เขาไม่เพียงสื่อถึงรัก แต่ตีความอารมณ์รักของชายหนุ่มได้อย่างชัดเจน แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิง ก็ยังสามารถรู้สึกถึงความคาดหวังอันซับซ้อนท่ามกลางความสิ้นหวังนั้นได้
ริมฝีปากแดงของเสี้ยเมิ่งเหยาเผยอขึ้นเล็กน้อย ชั่วขณะนั้นเธอประหลาดใจ เฉินเฟิงที่ดูเปล่งประกายระยับราวกับราชาแห่งดนตรีบนเวทีนี้ จะเป็นอดีตสาม