ต้องมีคนพูดแน่ว่าเขาเสิ่นจุนเหวินเล่นเปียโนได้แค่ครึ่งๆ กลาง เทียบเด็กส่งอาหารก็ยังไม่ได้
“คบเลย คบเลย!”
“งี่เง่าน่า คนเขาเป็นสามีภรรยากันอยู่แล้ว!เสิ่นจุนเหวินต่างหากที่เป็นมือที่สาม”
“คืนนี้เจ้าเสิ่นโดนตบหน้าฉาดใหญ่เลยนะเนี่ย”
“ใครจะไปนึก ว่าฝีมือการเล่นเปียโนของคนส่งอาหารจะเหนือกว่าศิลปินอินเตอร์ได้ล่ะ”
“ถ้าเข้าเล่นได้อีกรอบ ฉันจะส่งซูเปอร์ร็อคเก็ตให้สิบอัน พูดจริงเลย!”
ในห้องถ่ายทอดสดในขณะนั้น มีคนที่ด่าเฉินเฟิงว่าไร้ความสามารถน้อยมาก ด้วยทักษะการเล่นเปียโนที่ยอดเยี่ยมของเฉินเฟิงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้99%ของคนบนโลกนี้ไม่กล้าเทียบเคียง
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย ถ้าจะบอกว่าหากเฉินเฟิงไม่ส่งอาหารแล้วไปเล่นเปียโนแทน ความสำเร็จของเขาก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าเสิ่นจุนเหวินตอนนี้เลย
คนคนนี้ ใครจะมีสิทธิ์บอกว่าเขาเป็นคนไร้ประโยชน์กัน?
หลินหลันและซุนกุ้ยฟางแม่ลูกที่กำลังดูการถ่ายทอดสดอยู่ขณะนั้นรู้สึกเหมือนท้องฟ้าจะพังลงมา
ให้ตายพวกเขาก็คิดไม่ถึง ว่าเฉินเฟิงไม่เพียงไปที่อาคารหวงเห้า แต่ยังทำลายหน้าของเสิ่นจุนเหวินอีก
นี่มันไม่เหมือนกับที่พวกเขาคิดไว้เลยนะ
ในใจของหลินหลันเกลียดเฉินเฟิงแทบดิ้นตาย ถ้ารู้ว่าเจ้านั่นเล่นเปียโนได้ แถมยังเล่นได้ดีขนาดนี้ล่ะก็ เขาก็คงจะไม่พูดแบบนั้นกับเสิ่นจุนเหวินหรอก ตอนนี้จบกัน เสิ่นจุนเหวินเสียหน้าแล้ว จะต้องตำหนิเธอแน่
แต่สิ่งที่หลินหลันกังวลยิ่งกว่า