มันเพราะเกินไป มัวแต่ฟังเลยไม่ได้อัดไว้สักนิด”
“ติ๊งติง”
เมื่อโน้ตตัวสุดท้ายจบลง ผู้คนต่างยังคงลืมไม่ลง เหมือนว่ายังอยากจะฟังต่อไป แต่เฉินเฟิงกลับลุกขึ้นยืน ไม่มีการกล่าวหรือโค้งตัวแสดงความขอบคุณใดๆ เขาเดินตรงลงจากเวทีแล้วเดินไปข้างๆ เสี้ยเมิ่งเหยา
“เมิ่งเหยา…..”แววตาของเฉินเฟิงอ่อนโยน ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ใบหน้าเรียวสวยกลับเคลื่อนเข้ามา เฉินเฟิงรู้สึกเพียงว่าริมฝีปากเย็นวาบ คำพูดนั้นถูกกลืนเข้าไปในปาก เฉินเฟิงเบิกตากว้าง อย่างไม่อยากจะเชื่อ
นี่ตัวเอง…ถูกจูบเหรอ?!
ถึงเสี้ยเมิ่งเหยาจะปิดดวงตาที่สวยงามนั้นไว้ แต่เฉินเฟิงก็ยังทันเห็นว่าใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเขินอาย
แน่ล่ะ ทำเรื่องอาจหาญขนาดนี้ สำหรับเสี้ยเมิ่งเหยาแล้ว ก็ถือเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก
เนิ่นนาน จนริมฝีปากผละออกจากกัน
เสี้ยเมิ่งเหยาก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเฉินเฟิง
เฉินเฟิงเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ในหัวสมองมีแค่ความคิดเดียว หวานจัง
เสิ่นจุนเหวินที่อยู่อีกด้านสีหน้าซีดเขียว กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นบนหลังมือ
เรื่องดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว เขาก็ไม่ต้องพูดถึงหน้าตาแล้ว แม้แต่สิ่งที่อยู่ข้างในเขาก็ทิ้งไปหมดแล้ว
เดิมทีแผนที่เขาวางไว้ก็คือ เหยียบย่ำเฉินเฟิงให้มิดต่อหน้าเสี้ยเมิ่งเหยา แต่ผลกลับกลายเป็นถูกเฉินเฟิงเหยียบซะเอง
แถมยังเป็นการถ่ายทอดสด ให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองเห็นฉากนี้
ไม่ต้องคิดก็ยังรู้ ผ่านวันนี้ไป จะ