ช่เพราะได้เข้าร่วมสมาคมซานเหอ ลงนามสัญญายกตัวเป็น “คนของกลุ่ม” มีเบื้องหลังของศิษย์สายตรงคุ้มครอง เขาคงไม่มีโอกาสสัมผัสกับวิชาเทพฉบับสมบูรณ์เหล่านี้ไปตลอดชีวิต
ชั่วอึดใจหนึ่ง ดวงตาลวี่หยางพลันสว่างวาบ
เพราะเขาพบเจอถ้อยคำที่คุ้นตาในบัญชีเวทแสงโลหิตแปรเทพอสูร…หรือกล่าวให้ถูกต้องก็คือฉบับเต็มของวิชานี้!
เคล็ดแปรร่างถอดซากใต้เงาจันทรา!
“แปรกายภายใต้เงาจันทรามืด กลืนซับด้วยโอสถเก้าผลัด โฉมสงบมั่นคง สีหน้าดุจเมฆวิญญาณ ก้าวสู่ทวารไท่จี๋ รับคัมภีร์เป็นเจินเหริน…”
นี่คือวิชาเทพอันยิ่งใหญ่!
เวทแสงโลหิตแปรเทพอสูรที่เขาเคยรู้จักนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียง “ก้าวแรก” ของมหาวิชาเท่านั้น หากฝึกสำเร็จเต็มที่แล้วจัก “ไม่อยู่ในห่วงห้า” ศาสตราใดมิอาจทำอันตรายได้ แม้แต่ได้รับสมญาว่าเป็นเซียนปลดปล่อยกายาเลยทีเดียว
“เอาวิชานี้แหละ!”
ลวี่หยางตัดสินใจในบัดดล รีบคัดลอกเนื้อหาของเคล็ดแปรร่างถอดซากใต้เงาจันทราไว้หนึ่งชุด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเฟยเสีย ประสานมือคารวะด้วยท่าทีเคร่งขรึม
“ครานี้เรื่องราวจบสิ้น ศิษย์พี่…ยังมีเรื่องใดจะสั่งอีกหรือไม่?”
“มิได้ปิดบังศิษย์น้อง” ท่านเซียนเฟยเสียแย้มยิ้มเบาๆ: “เร็ว ๆ นี้ ข้าตั้งใจจะยื่นเรื่องขอย้ายไปประจำที่ตลาดเขากะโหลก กำลังขาดผู้ช่วยที่วางใจได้อยู่พอดี…”
มาตามคาด!
ลวี่หยางหาได้แปลกใจไม่ ของหวานย่อมมาคู่กับไม้แข็ง เมื่อสมาคมซานเหอยื่นผลประโยชน์มาให้แล้ว ย่อมไม่ปล่อยให้เขาอ