งนักเลงหญิงเท่านั้นที่สามารถพูดคำดังกล่าวได้
“แล้วก็ ถ้าไม่มีคำอนุญาตจากฉันห้ามขึ้นไปชั้นสองเด็ดขาด” สวีเฟยหรงเหลือบมองไปที่ เฉินเฟิงอย่างระมัดระวัง เธอยังคงไม่ไว้วางใจเฉินเฟิง เธอเกรงว่าเฉินเฟิงจะใช้เสี้ยเมิ่งเหยาเป็นข้ออ้างและใช้ประโยชน์จากเธอ
“สบายใจได้ ฉันไม่ขึ้นไปแน่” เฉินเฟิงกล่าว แม้ว่าสวีเฟยหรงจะเป็นหญิงสาวที่งดงามจนผู้อื่นคลั่งไคล้แต่เขาไม่ได้คิดอะไรเช่นนั้นกับสวีเฟยหรงเลย
“หึ แบบนั้นก็ดี” สวีเฟยหรงกล่าวอย่างเย็นชา แต่การแสดงของเฉินเฟิงในวันนี้ยังทำให้เธอประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่เขากล้าเผชิญหน้ากับหลินหลัน หากเป็นก่อนหน้านี้คงจะไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนี้ได้เลย
หลังจากที่ สวีเฟยหรงพูดจบเธอก็ขึ้นไปชั้นบน
เฉินเฟิงหยิบโทรศัพท์ออกมาและเตรียมถามเฉินจงเกี่ยวกับความคืบหน้าล่าสุดของโครงการยู่ฉวนซาน
“ปังปัง”
ในตอนนั้น ประตูบ้านก็มีเสียงเคาะเกิดขึ้น
เฉินเฟิงเปิดประตูและสายตาของเขาก็พบเจอกับช่อดอกกุหลาบแดง
“เฟยหรงแต่งงานกันฉันเถอะ! ฉันจะทำให้คุณมีแต่ความสุข”
เฉินเฟิงยังคงไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เขาก็ได้ยินเสียงที่กำลังตื่นเต้น
ใบหน้าของเฉินเฟิงแปลกไป จากนั้นก็พบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชุดสูทสีขาว ในตอนนั้น ชายหนุ่มรูปงามกำลังคุกเข่าข้างหนึ่งและดอกกุหลาบสีแดงก็ชูขึ้นสูง
บางทีอาจเป็นเพราะดอกกุหลาบกำลังบังสายตาของเธอดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าคนที่ยืนอยู่หน้าเขานั้นไม่ใช่