ไปอยู่ได้อย่างไร”
“จริง คุณภรรยา ฉันมีบ้านที่ยู่ฉวนซาน พื้นที่มากกว่า 500 ตารางเมตร” เฉินเฟิงยิ้มด้วยหน้าตาขมขื่น เขาคิดเอาไว้แล้วว่าเสี้ยเมิ่งเหยาคงจะไม่มีทางเชื่อ
เสี้ยเมิ่งเหยาเหลือบมองเฉินเฟิงและกล่าว “ทำไมคุณไม่พูดเลยล่ะว่ายู่ฉวนซานทั้งหมดเป็นของคุณ”
เฉินเฟิงอ้าปากค้างและไม่รู้จะพูดอะไรดี ถ้าให้เอาตามความเป็นจริงแล้ว ตอนนี้ยู่ฉวนซานเป็นของเขาจริงๆ
“พอแล้ว ไม่ต้องมาล้อเล่นแล้ว พวกเราไปบ้านเฟยหรงเถอะ บ้านของเธอนั้นใหญ่มากและเธอก็อยู่เพียงคนเดียว เราไปอยู่กับเธอสักวันสองวันเถอะ” เสี้ยเมิ่งเหยากล่าว
“โอเค” เฉินเฟิงทำได้เพียงตอบรับ มันไม่ใช่เวลาที่จะมอบวิลล่ายู่ฉวนซานให้กับเสี้ยเมิ่งเหยา รออีกสักหน่อยแล้วค่อยพูดก็ยังทัน
ทั้งสองเรียกแท็กซี่ไปยังบ้านสวีเฟยหรง
บ้านสวีเฟยหรง เป็นวิลล่าที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองชางโจว แม้ว่าราคาที่อยู่อาศัยที่นี่จะเทียบไม่ได้กับยู่ฉวนซานแต่ก็เป็นพื้นที่อันดับต้นๆของเมืองชางโจวเริ่มต้นที่ราคาเฉลี่ย 100,000
ระหว่างทาง เสี้ยเมิ่งเหยาได้บอกและพูดคุยกับ สวีเฟยหรงแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้นสวีเฟยหรงจึงไม่ได้แสดงท่าทางประหลาดใจแต่อย่างใด
หลังจากที่ทั้งสองเข้าบ้านไปแล้ว เสี้ยเมิ่งเหยาก็ไปอาบน้ำ สวีเฟยหรงก็หยิบรองเท้าแตะออกมาและโยนมันไปใกล้เท้าของเฉินเฟิง
“ให้ภรรยาของคุณนอนกับฉันส่วนคุณนอนชั้นล่างแล้วกัน” สวีเฟยหรงกล่าว
สีหน้าเฉินเฟิงนั้นมืดมน มีเพียง สวีเฟยหร