ชายหนุ่มผู้หนึ่งข้างกายเฟยเสีย สวมอาภรณ์สง่า ถือพัดขนนกในมือกล่าวยิ้มบาง “เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเก็งกำไรจากหุ่นกระบอกตายแทนได้เงินมหาศาล แต่กลับไม่เผยเขี้ยวเล็บ ไม่โฆษณาโอ้อวด”
“ดูจากตรงนี้ก็รู้แล้วว่า เขาเป็นคนรอบคอบและชาญฉลาด”
“ก็ปกติ…นับว่าเหมาะสมตามเหตุผล”
เฟยเสียได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจแผ่วเบา “ศิษย์ธรรมดาเช่นเราหากคิดจะมีชื่อเสียงในนิกาย ความสามารถ ความรอบคอบ สติปัญญา ความกล้าหาญ…สิ่งเหล่านี้ล้วนขาดไม่ได้เลยสักอย่าง”
“พูดเช่นนี้ แปลว่า…ตกลงแล้ว?”
เฟยเสียพยักหน้าเบา ๆ กล่าวเสียงหนักแน่น “ข้าจะเป็นผู้เสนอชื่อเขา ชายผู้นี้สามารถบรรลุถึงรวมลมปราณขั้นปลายในเวลาเพียงสิบปี พอดีกับสิ่งที่สมาคมซานเหอของเราต้องการ”
ภายในถ้ำบำเพ็ญ ลวี่หยางนั่งขัดสมาธิอยู่บนผืนเสื่ออย่างมั่นคง
เบื้องหน้าเขา ขณะนี้มีสาส์นยันต์วางเรียงเป็นแนวอย่างเป็นระเบียบมากกว่าสิบชุด ทุกชุดล้วนเป็นเสมือน “กิ่งมะกอก” ที่ยื่นเข้ามา กล่าวอ้างว่าเพียงแค่เขายินยอมเข้าร่วมกลุ่มของตน ก็จะมอบของกำนัลในทันที ไม่ว่าจะเป็นเตาโอสถ เคล็ดวิชา วิชาเทพ สมบัติวิเศษ โอสถวิเศษ…เรียกได้ว่าครบครันทุกอย่างเท่าที่ผู้บำเพ็ญเพียรต้องการ
ชาติปางก่อนข้ามิได้ใส่ใจ นึกไม่ถึงเลยว่านิกายศักดิ์สิทธิ์จะมีฝ่ายต่าง ๆ มากมายถึงเพียงนี้…
โดยทั่วไปแล้ว ตราบใดที่บรรลุถึงขอบเขตรวมลมปราณขั้นปลาย ก็สามารถตั้งกลุ่มของตนขึ้นในนิกายศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว เช่นเดียวกับหลิว