ธอ ด่าเขาจนเท้าชี้ฟ้าอย่างแน่นอน แต่ว่าเธอก็ไม่รู้ ตกลงว่าเฉินเฟิงยุ่งเรื่องของซุนกุ้ยฟางตอนไหน อยากจะไกล่เกลี่ยให้สองคนก็ยากเหลือเกิน
“เฉินเฟิงไปซื้อกับผักเมิ่งเหยาแล้ว อีกสักครู่ก็กลับมา” หลินหลันพูด
“ซื้อผักหรือ? ซื้อผักอะไร!แกรีบโทรหาเขา ให้เขากลิ้งกลับมาทันที” ซุนกุ้ยฟางสั่งด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งพูด
เห็นท่าทีของซุนกุ้ยฟางนี้ หลินหลันก็มีความโมโหเต็มพุง ได้เพียงแค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใส่ความโมโหนี้อยู่บนตัวเฉินเฟิง
“เฉินเฟิงมึงรีบกลิ้งกลับมาหากู!”
“เป็นยังไงเหรอ แม่?”ฝั่งโน้น เฉินเฟิงมึนงงเต็มหัว หลินหลันนี้ทำไมเหมือนดั่งกินระเบิดไปแล้ว
“มึงทำอะไรผิดต่อป้าของมึงใช่แล้วหรือไม่?” หลินหลันถามอย่างเหนื่อยหน่าย
เฉินเฟิงกะพริบตา ที่แท้คือซุนกุ้ยฟางเข้ามาหาแล้ว
“ใช่ มีการกระทบกระทั่งเล็กน้อย ทำไม พวกเขาเข้ามาหาแล้วหรือ?” เฉินเฟิงถาม
“พวกเขาทั้งครอบครัว ตอนนี้ก็นั่งรออยู่ที่โซฟา เฉินเฟิงมึงกลับมาทันทีดีที่สุด จัดการเรื่องนี้ให้กูดีๆ!” หลินหลันสั่ง หลังจากพูดจบ เธอวางสายโดยตรง
หลังจากผ่านไปหลายนาที เฉินเฟิงกับเสี้ยเมิ่งเหยารีบกลับมา
ก้าวเข้าประตู ก็เห็นซุนกุ้ยฟางนั่งอยู่บนโซฟาอย่างสบาย กินองุ่นอยู่
“พี่สะใภ้ ตอนนี้น่าจะพูดกับฉันได้แล้ว เฉินเฟิงเขาไปยุ่งอะไรกับคุณตรงไหนแล้วล่ะ?” หลินหลันมือทั้งสองกอดอกถาม
“แม่ คุณอย่าไปฟังป้าของฉันพูดเหลวไหล คือป้าของฉันอยากจะวิ่งให้รถชนหวังเรียกเงินค่าเสียหา