หากูเพื่อยืมเงิน กูก็เอาเงินในบ้านห้าแสนที่ขายบ้านให้มึงยืม ตอนเวลานั้นมึงพูดว่ามากที่สุดแค่หนึ่งเดือนก็จะคืนให้กู แต่ผลสุดท้ายกลับถ่วงเวลาไปแล้วสองปี ……….” ซุนกุ้ยฟางมีเหตุผลเพียงพอพูดได้อย่างเต็มที่ คนที่ไม่รู้เรื่องราว ล้วนดูไม่ออกว่าเธอกำลังพูดโกหกอยู่
“นั่นสัญญากู้ยืมล่ะ? คุณให้ผมยืมเงินมากมายขนาดนี้ มักจะต้องให้ผมเขียนสัญญาเงินกูนะ” เฉินเฟิงพูด
“สัญญากู้เงินหรือ?” สายตาของซุนกุ้ยฟางหลบหลีกเล็กน้อย ทำหัวแข็งกล่าวว่า “สัญญากู้เงินกูวางไว้ในบ้าน ของสำคัญเช่นนั้น กูจะพกติดตัวมั่วๆได้ยังไง”
เฉินเฟิง ยิ้มอย่างดูถูกกล่าวต่อว่า “โอเค เรื่องของสัญญากู้ยืมเราอย่าเพิ่งเอ่ยถึง เมื่อกี้คุณบอกว่าผมอยากจะชนคุณตาย คุณมีหลักฐานหรือ?”
“หลักฐานหรือ?” ซุนกุ้ยฟางร้องกรี๊ดขึ้นมาเสียงหนึ่ง “กูก็เกือบจะถูกมึงชนตายแล้ว จะเอาหลักฐานจากไหนล่ะ ”
“ความหมายก็คือคุณไม่มีหลักฐานเหรอ?” เฉินเฟิงพูดอย่างเฉยเมย
เฉินเฟิงพูดเช่นนี้ คนข้างทางไม่น้อยเริ่มขมวดคิ้วขึ้นมา เมื่อกี้ตอนที่ซุนกุ้ยฟางร้องไห้ตะโกนเรียก พวกเขาเชื่อและยอมรับในสิ่งที่ได้ยินมาก่อนคิดว่าเฉินเฟิงกับเสี้ยเมิ่งเหยาจึงจะเป็นตัวการที่ก่อกรรมทำชั่ว ตอนนี้ดูแล้ว เรื่องเกรงว่าอาจไม่ใช่อย่างที่ซุนกุ้ยฟางพูด เพราะว่าปฏิกิริยาของซุนกุ้ยฟางไม่ค่อยปกติเล็กน้อย
“กู…….กูไม่สน ยังไงมึงตีเราแม่ลูกทั้งสองนี่คือเรื่องจริง ลูกชายกูก็นอนอยู่บนพื้นแล้ว บาดแผลในตัวเขา