คงเป็นไปไม่ได้ว่าคือเขาทำตัวเองล่ะ” ซุนกุ้ยฟางพูดเหลวไหลมั่วซั่วไปต่อ
“บาดแผลที่อยู่บนกายของลูกชายของคุณคือถูกผมตีจริงๆ” เฉินเฟิงพูดยอมรับอย่างราบเรียบ
“ได้ยินแล้วใช่ไหม! พวกคุณได้ยินแล้วใช่ไหม!สัตว์เดรัจฉานที่ฆ่าพันมีดตัวนี้ เขายอมรับแล้วว่าบาดแผลที่ตัวลูกชายฉัน ก็คือถูกเขาตี” เห็นเฉินเฟิงถึงกล้ายอมรับด้วยตัวเอง สีหน้าซุนกุ้ยฟางอดไม่ได้ดีใจ
“แต่ว่าผมไม่เคยไปหาคุณยืมเงินห้าแสน ยิ่งไม่เคยชนคุณ” เฉินเฟิงพูดอีก
“นั่นทำไมมึงต้องตีลูกชายกูล่ะ?” ซุนกุ้ยฟางมือทั้งสองข้างกอดอกพูด
“เพราะว่าเขาอยากถูกอัด” เฉินเฟิงเอ่ยปากราบเรียบ
“มึง ……..” ซุนกุ้ยฟางเก็บกด เดิมทีเธอคิดว่าเฉินเฟิงจะแก้ตัว แต่นึกไม่ถึง เฉินเฟิงไม่มีเจตนาที่จะแก้ตัวแม้แต่นิด
“ทุกคนลองพิจารณาดู สัตว์เดรัจฉานที่สูญสิ้นมโนธรรมตัวนี้ ไม่ต้องพูดถึงยืมเงินเด็กกำพร้าแม่หม้ายอย่างเรา ยังจะทำให้เด็กกำพร้าแม่หม้ายอย่างเราตาย ยังมีกฎหมายหรือไม่!” ซุนกุ้ยฟางคุกเข่าอยู่บนพื้น เริ่มขายความย่ำแย่อีก
“แจ้งความ! จับคนนี้ไปที่โรงพักให้ตำรวจสั่งสอนเขา!”
อย่าคิดว่ามีเงินก็สามารถทำตามใจชอบได้! ทุกคนลงมือพร้อมกัน ฉีกเสื้อผ้าของชายหญิงชั่วคู่นี้ ”
มีคนที่การกระทำไม่หวังดี ตั้งใจฉวยโอกาสลวนลามเสี้ยเมิ่งเหยา
“ล้วนเป็นไอ้เศษสวะที่ไม่มีสมอง!” เฉินเฟิงกวาดคนข้างถนนทั้งหลายหนึ่งที สายตาเย็นชาทันที
“มึงด่าใครไอ้เศษสวะหรือ?!”
“มึง ทำผิดแล้วยังกล้าโอหังเช่นนี