นตระกูลนี้ ล้วนน่ารำคาญที่สุดในน่ารำคาญที่สุด
เฉินเฟิงกับเสี้ยเมิ่งเหยามองเห็น ซุนกุ้ยฟางที่ยืนอยู่หน้ารถ ซุนกุ้ยฟางย่อมได้มองเห็นเฉินเฟิงกับเสี้ยเมิ่งเหยาผ่านกระจกต้านลมโดยปริยาย
ทำไมเป็นคนไม่เอาไหนคนนี้ล่ะ?!
ในทันทีนั้น สีหน้าของซุนกุ้ยฟางกลายเป็นหลากหลายมาก
ความเกรงกลัวที่เข้มข้น ค่อยๆกลายเป็นตื่นตระหนก หลังจากตื่นตระหนกแล้ว คือความโมโหที่ไร้สิ้นสุด
“โป้งโป้งโป้ง”
ซุนกุ้ยฟางเดินหลายก้าวไปที่ข้างหน้าต่างรถของเฉินเฟิงเคาะหน้าต่างรถหนักๆหลายครั้ง
เฉินเฟิง หมุนหน้าต่างรถลงมา จ้องมองซุนกุ้ยฟางอย่างเย็นชาหนึ่งที
“มึงคนไม่เอาไหน ความกล้าหาญของหมานี้ใครให้มึงมา? เมื่อกี้มึงเกือบจะชนกูไปแล้ว มึงรู้ตัวรึเปล่า!” ซุนกุ้ยฟางทั้งด่าทั้งบ่น เมื่อกี้ในชั่วพริบตานั้นที่เฉินเฟิงเหยียบคันเร่ง เธอคิดว่าตัวเธอเองได้เจอกับนักเลงอย่างโหดร้ายที่มองชีวิตคนดั่งหญ้ามัสตาร์ดแล้วจริงๆ แต่หลังจากรถจอดแล้ว เธอจึงพบเห็น คนที่ขับรถแท้จริงแล้วเป็นหลานเขยที่ไม่เอาไหนของตัวเธอเองคนนั้น นี้จะให้ซุนกุ้ยฟางอดทนได้ยังไง
“ป้า คือตัวคุณคลานไปที่หน้ารถเองนะ” เสี้ยเมิ่งเหยาพูดเสียงเย็นชา
“มึงนังหนูไร้เดียงสา! มึงหมายความว่ายังไงเหรอ? อะไรเรียกว่ากูคลานไปที่หน้ารถเอง ทั้งๆที่กูเดินอยู่บนถนนดีๆ คนไม่เอาไหนคนนี้ขับรถชนเข้ามา ถ้าไม่ใช่กูไหวพริบเร็ว วันนี้กูก็ต้องถูกคนไม่เอาไหนคนนี้ชนตายไปแล้ว!” ซุนกุ้ยฟางมือสองข้างเท้าสะเอว ม