มาก จากนั้นเขาจ้องมองเฉินเฟิงกับเสี้ยเมิ่งเหยาหนึ่งที เฉินเฟิงที่สวมใส่เสื้อธรรมดา ถูกเขามองข้ามโดยตรง แต่ว่าตอนที่มองเห็นเสี้ยเมิ่งเหยานัยน์ตาของเขากลับกวาดสายตาที่ประหลาดใจกับความงามผ่านไป จากนั้นลูกตาของเขาหมุนไปหมุนมา ถามว่า “พวกคุณก็มาทานอาหารที่นี่หรือ?”
สวีเฟยหรงพยักหน้า กล่าวว่า “แต่น่าเสียดายไม่มีที่นั่งแล้ว”
“นั่นจัดการง่าย ผมได้จองห้องใหญ่ห้องหนึ่งอยู่ข้างในแล้ว ยังมีที่นั่งอยู่พอดี เฟยหรงถ้าหากว่าคุณไม่รังเกียจล่ะก็ มานั่งด้วยกันกับพวกผมเถอะ” ส้งจุนพูดยิ้มๆ
“ไม่ต้อง……. ” เสี้ยเมิ่งเหยาก็อยากจะปฏิเสธโดยสัญชาตญาณ ที่เธอพบเห็น เพื่อนหลายคนนั้นของส้งจุน สายตาที่จ้องมองเธอไม่ค่อยปกติเล็กน้อย เธอไม่อยากหาเรื่องให้เฉินเฟิง
แต่นึกไม่ถึง เธอยังพูดไม่จบสวีเฟยหรงก็รับปากลงไปแล้วว่า “ดีล่ะ”
เสี้ยเมิ่งเหยารู้สึกลำบากใจเล็กน้อยจ้องมองเฉินเฟิงหนึ่งที ดูเหมือนเธออยากรู้ความคิดเห็นของเฉินเฟิง
เฉินเฟิงย่อมเข้าใจถึงความหมายนัยน์ตาของเสี้ยเมิ่งเหยาอยู่ดี เธอกลัวจะหาความยุ่งยากให้กับตัวเขา แต่แค่คนเสเพลกี่คนเท่านั้น ยังไม่มีสิทธิ์ทำให้เขาเก็บไว้นัยน์ตา
ดังนั้นเฉินเฟิงยิ้มนิดๆ พยักหน้า ส่งสายตาที่ไว้วางใจแก่เสี้ยเมิ่งเหยา
คนทั้งหมดเดินเข้าไปในห้องหรูหราห้องหนึ่งที่อยู่ชั้นสาม หลังจากนั่งลง
ส้งจุนจ้องมอง เสี้ยเมิ่งเหยากับเฉินเฟิงหนึ่งที ยิ้มถามว่า “เฟยหรงทั้งสองคนนี้คือ?”
“เธอชื่อ เสี้ยเมิ่งเ