แต่ใครจะรู้ เฉินเฟิงกลับสีหน้ายังเปลี่ยนสีสักนิด
“5%ของผลกำไรเหรอ? คุณลุงใหญ่ คุณนี่ช่างใจกว้างจริง ๆนะ” เฉินเฟิงยิ้มอย่างดูถูก
“เฉินเฟิง นายอย่าไม่รู้จักพอแบบนี้นะ ! 5%ของผลกำไร ก็มากพอให้นายอยู่ได้อย่างสบายทั้งชีวิตแล้ว !” เสี้ยฉี่ชาวคิ้วขมวดกันเป็นปมพูดขึ้น เขารู้สถานการณ์ปัจจุบันของเฉินเฟิงดี ต้องวิ่งไปมาส่งของท่ามกลางสามลมสายฝน ทำแทบตายเดือนหนึ่งก็ได้อยู่แค่หกเจ็ดพัน แต่ผลกำไรของโครงการยู่ฉวนซานถึงแม้จะแค่5% แต่ทุกปีก็มีสูงถึงสิบล้าน พูดอย่างอลังการหน่อยก็คือ ต่อให้เฉินเฟิงทำงานส่งอาหารสิบชาติก็หาเงินเยอะขนาดนี้ไม่ได้
“เอาล่ะ คุณลุงใหญ่ พวกคุณกลับไปได้แล้ว และก็ฝากไปบอกเสี้ยหยุนเสิ้งด้วยว่า เรื่องบริษัทนั้น เมิ่งเหยาไม่มีทางกลับไปอีกแล้ว นอกซะจากว่าเขาเสี้ยหยุนเสิ้งจะมาขอโทษเมิ่งเหยาที่นี่ด้วยตัวเอง และยกโครงการยู่ฉวนซานให้เมิ่งเหยาดูแลจัดการ เรื่องนี้เราถึงจะคุยกันได้” น้ำเสียงของเฉินเฟิงราบเรียบ แต่คำพูดที่พูดออกมานั้น กลับทำให้สองพ่อลูกเสี้ยฉี่ชาวตกใจจนตาแทบจะถลนออกมาแล้ว
จะให้เสี้ยหยุนเสิ้งมาขอโทษถึงที่งั้นเหรอ? และยังต้องยกโครงการยู่ฉวนซานให้เสี้ยเมิ่งเหยาดูแลอีกเหรอ?
เฉินเฟิงนี่มันขี้ขึ้นสมองแล้วเหรอ?
แม้แต่เสี้ยเมิ่งเหยาและหลินหลัน ถึงแม้จะคาดคิดเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ก็โดนทำให้ตกใจไม่น้อย พูดได้แค่ว่า เฉินเฟิงช่างมีความคิดแปลกประหลาดมากจริง ๆ
“ดูเหมือนนายไม่ได้กะว