อยู่แก่ใจก็ยังแสร้งถามขึ้นว่า “ เมิ่งเหยา นี่เธอหมายความว่ายังไง?”
“ฉันไม่ได้หมายความว่ายังไง เสี้ยห้าว นายไสหัวไปได้แล้ว!” เสี้ยเมิ่งเหยายิ้มเสียงเย็นแล้วพูดขึ้น ในเมื่อเสี้ยห้าวไม่ยอมรับ เธอก็ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับเสี้ยห้าวแล้ว
แต่เสี้ยฉี่ชาวกลับมองเสี้ยห้าวอย่างไม่เข้าใจทีหนึ่ง ในใจอดไม่ได้ที่จะสงสัย หรือว่าเรื่องเมื่อวาน ไม่ได้เป็นเหมือนที่เสี้ยห้าวพูด แต่มีเรื่องอื่นแอบแฝงงั้นเหรอ?
หรือกระทั่ง เป็นเสี้ยห้าวเองที่วางแผนใส่ร้ายเสี้ยเมิ่งเหยาเหรอ? ! เสี้ยฉี่ชาวโดนความคิดที่อยู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมาในสมองของตัวเองทำให้ตกใจจนใจสั่น ถ้าหากเป็นเรื่องจริงละก็ ยังจะมาขอโทษหาอะไรอีก
เสี้ยเมิ่งเหยาไม่ฆ่าเสี้ยห้าวก็ถือว่าบุญแล้ว
อยู่ ๆ เสี้ยฉี่ชาวก็รู้สึกว่าเรื่องราวมันยุ่งยากมาก แต่ว่าเวลานี้ เขาก็ทำได้แค่เปิดปากพูดอย่างหัวชนฝาว่า “เมิ่งเหยา ไม่ว่าเสี้ยห้าวจะทำอะไรลงไป แต่พวกเราก็เป็นคนบ้านเดียวกัน ระหว่างคนบ้านเดียวกันมีเรื่องอะไรก็ต้องค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ คุยกันไป”
“คนบ้านเดียวกันเหรอ?” มุมปากของเฉินเฟิงปรากฏรอยยิ้มหัวเราะเยาะขึ้น แล้วพูดว่า “คุณลุงใหญ่ ในเมื่อเป็นคนบ้านเดียวกัน งั้นเรามาปรึกษาหารือกันหน่อย เอาโครงการยู่ฉวนซานมอบให้เมิ่งเหยาเป็นคนดูแลดีไหมครับ?”