ใครต่างหาก สมมุติว่าวันนี้เธอจะสามารถเอาหลักฐานที่หนักแน่นออกมาได้ แต่เสี้ยหยุนเสิ้งจะทำอะไรเสี้ยห้าวไหม?
ไม่ทำหรอก! เสี้ยหยุนเสิ้งก็คงจะทำเป็นลงโทษเสี้ยห้าวไปเท่านั้น จากนั้นก็คงหาโอกาสปล่อยเสี้ยห้าวออกมาอีกครั้ง
“จริงเท็จสำคัญเหรอ?” เฉินเฟิงพูดขึ้นอย่างสงบนิ่ง
“นายหมายความว่าไง?” แววตาของเสี้ยหยุนเสิ้งมีแววเยียบเย็นปรากฏขึ้น พลังข่มขวัญที่มืดฟ้ามัวดินรวมตัวกันพุ่งไปหาเฉินเฟิง นี่เป็นพลังที่เขาซึ่งอยู่ในตำแหน่งใหญ่โตมานานสั่งสมออกมาได้ คนทั่วไปจะไม่มีทางต้านทานไหวแน่ !
แต่ใครจะรู้ว่าเฉินเฟิงแม้แต่สีหน้าก็ยังไปเปลี่ยนสักนิด แต่กลับมีรอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นตรงมุมปากขึ้นมาแล้วพูดว่า “ผมหมายความว่ายังไง คุณไม่เข้าใจจริง ๆ เหรอ? ความจริงเท็จของเรื่องมันไม่สำคัญสักนิด คุณเชื่อใครสิ่งที่คนนั้นพูดก็คือความจริง คุณไม่เชื่อใครสิ่งที่คนนั้นพูดก็คือเท็จ”
“บังอาจ!”
เสี้ยหยุนเสิ้งสีหน้าเย็นเฉียบ ความหมายของเฉินเฟิงนั้นชัดเจนมาก ว่าเขาลำเอียงไปทางเสี้ยห้าว!
และแน่นอน เหตุผลที่เสี้ยห้าวพูดมานั้น มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อสงสัยเลย แต่ว่าข้อสงสัยเหล่านั้น กลับโดนเขามองข้ามไปหมดแล้ว
เขาจำเป็นจะต้องเชื่อเสี้ยห้าว ถึงแม้สิ่งที่เสี้ยเมิ่งเหยาพูดมาจะเป็นความจริงก็ตาม