!คนนี้ ลูกเขยที่แต่งเข้าบ้านตระกูลเสี้ยที่เขาเกือบจะลืมไปแล้ว คนที่น่าสมเพชในปากของคนทั้งตระกูลเสี้ย กลับกระโดดออกมาในเวลาแบบนี้
ตีเสี้ยห้าวในตอนเช้าแล้วไม่ว่า และยังปากกล้า ไม่กลัวตัวเขาสักนิด! ยังทำท่าทางไม่เห็นใครอยู่ในสายตาสักคน
นี่มันกำลังยั่วยุตัวเขาอยู่ใช่ไหม?
แต่ว่าเวลาแบบนี้ เสี้ยหยุนเสิ้งก็ขี้เกียจถือสากับเฉินเฟิง รอให้เรื่องนี้ผ่านไปก่อน เขาจะต้องให้เฉินเฟิงเห็นว่าในตระกูลเสี้ยนี้ใครเป็นคนมีสิทธิพูดมากที่สุด
“ปัง”
“พอแล้ว!”
เสี้ยหยุนเสิ้งตบโต๊ะอย่างแรง แล้วพูดด้วยเสียงวางอำนาจ เสี้ยจื่อหลันไม่กล้าเอ่ยดำใด ๆ ออกมาอีกเลย
“เรื่องของเฉินเฟิง เอาไว้ค่อยพูดกันทีหลัง” เสี้ยหยุนเสิ้งมองเฉินเฟิงด้วยสายตาเย็นแล้วพูดขึ้น
“สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ ฉันอยากจะรู้ว่า เสี้ยห้าวกับเมิ่งเหยาพวกเธอสองคน ใครเป็นคนโกหกฉันกันแน่ !”
เสี้ยหยุนเสิ้งถามขึ้น เมื่อเปรียบเทียบเรื่องของเฉินเฟิงแล้ว เรื่องที่เสี้ยห้าวและเสี้ยเมิ่งเหยาขัดแย้งกันดูจะเป็นเรื่องที่เร่งด่วนกว่า ในเมื่อมันเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงและหน้าตาของตระกูลเสี้ย
สีหน้าของเสี้ยเมิ่งเหยาขาวซีด เมื่อเสี้ยหยุนเสิ้งพูดมาอย่างนี้แล้ว งั้นก็แสดงว่าเรื่องที่เธอพูดมาตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยเชื่อเธอเลย
“เมิ่งเหยา เธอบอกว่าเสี้ยห้าวเอาชีวิตของเฉินเฟิงมาขู่เธอ ให้เธอไปคลับเจวายแล้วหลังจากนั้นเขาก็วางยาเธอในแก้วเหล้าของเธอ เพื่อให้เธอกับกู้ตงเชิน