นเฟิงอีก
แต่ว่าถ้าหากเสี้ยห้าวไม่รู้ว่าเฉินเฟิงเป็นคนเหนือมนุษย์มนา แล้วยังคิดว่าเฉินเฟิงเป็นคนไร้ค่าเหมือนเดิมแล้วละก็ เขาก็จะยังคงไปสร้างเรื่องวุ่นวาย น่ารังเกียจให้เฉินเฟิงอีก
แล้วคนทั้งสองคนก็เป็นศัตรูของเขา กู้ตงเชินก็จะได้ดูทั้งสองคนกัดกันเหมือนหมาอย่างมีความสุข
หลังจากกู้ตงเชินวางสายโทรศัพท์ไป เสี้ยห้าวก็เหมือนมดที่อยู่บนหม้อร้อน ๆ ขึ้นมาทันที ร้อนรนจนเดินวนไปมา
ควรจะต้องตอบเรื่องนี้กับเสี้ยหยุนเสิ้งยังไงดี? หรือว่าตัวเองหนีไปเลยดีไหม?
ในตอนที่เสี้ยห้าวกำลังร้อนใจนั้น เสี้ยจื่อหลันก็เข้ามาพอดี
“เสี้ยห้าว ฉันได้ยินมาว่า เมื่อช่วงบ่ายนั้นเสี้ยเมิ่งเหยาไปที่คลับเจวายมา นายรู้เรื่องนี้ไหม?” เสี้ยจื่อหลันถามขึ้น
“เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง? !” พริบตาเดียวสีหน้าของเสี้ยห้าวก็เปลี่ยนเป็นขาวซีด หรือว่าเรื่องราวรั่วไหลออกไปแล้วเหรอ?
“วันนี้เพื่อนฉันคนหนึ่งไปร้องเพลงที่นั่น เธอบอกว่าก่อนเธอจะออกมา เห็นเสี้ยเมิ่งเหยาเข้าไปในห้องคาราโอเกะส่วนตัวของกู้ตงเชิน นายว่ายัยเด็กขายตัวเสี้ยเมิ่งเหยานี้ คงจะไม่ได้กิ๊กกับกู้ตงเชินแล้วหรอกมั้ง” เสี้ยจื่อหลันพูดขึ้นอย่างรังเกียจ ตั้งแต่เสี้ยเมิ่งเหยาตกลงโครงการยู่ฉวนซานได้แล้วนั้น เธออยู่ในตระกูลเสี้ยก็กลายเป็นที่พูดถึงขึ้นมา นี่ทำให้เสี้ยจื่อหลันไม่ชอบใจเอามาก ๆ ก็แค่ยัยขายตัวที่ใคร ๆ ก็นอนด้วยได้ไม่ใช่เหรอ มีสิทธิ์อะไรมาอยู่เหนือหัวตัวเอง
กิ๊กกันเหรอ