าใจอีก
“เชื่อซิ” เฉินเฟิงพยักหน้าอย่างจริงจัง “ใช่ พวกเขาเขียนการบ้านอยู่ด้วยกัน เมิ่งเหยากลับมาก็บอกฉันหมดแล้ว”
“ฮา ฮา”
เสี้ยเมิ่งเหยาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะมีเสียงออกมา เธอดูออกตั้งนานแล้วว่า เฉินเฟิงกำลังแกล้งโง่อยู่ เพื่อแกล้งเสี้ยจื่อหลันเหมือนแกล้งลิงเล่น เจ้าชั่วนี่ กลายเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย
พอเห็นเสี้ยเมิ่งเหยาหัวเราะ เสี้ยจื่อหลันก็รู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ว่าเวลานี้ เธอทำได้แค่กัดฟันแน่นและพูดอย่างหัวชนฝาว่า “เฉินเฟิง เจ้าคนปัญญาอ่อน เสี้ยเมิ่งเหยาสวมเขาให้แกแล้ว แกรู้ตัวหรือยัง!”
“อ่อ ฉันรู้แล้ว” เฉินเฟิงพูดขึ้นสีหน้าจริงจัง
เสี้ยจื่อหลันพูดไม่ออก รู้แล้วยังสงบนิ่งได้ขนาดนี้?
“เฉินเฟิง นายยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า? โดนเมียตัวเองสวมเขาแล้ว นายไม่โกรธบ้างเลยเหรอ?” เสี้ยจื่อหลันก่นด่าออกมา
“ทำไมฉันจะต้องโกรธ?” เฉินเฟิงถามกลับ
“นาย……นายนี่มันคนไร้ค่าจริง ๆ !” เสี้ยจื่อหลัน ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
“เขาไม่ใช่ไม่กล้าโกรธ แต่คือโกรธแล้วก็ไม่กล้าทำอะไรเสี้ยเมิ่งเหยาอยู่ดี” เสี้ยห้าวเยาะเย้ยเสียงเรียบ เขาดูถูกเฉินเฟิงมาจากก้นบึ้งหัวใจเลย รู้สึกว่าเฉินเฟิงทำให้ขายหน้าผู้ชายหมดเลย วันนั้นที่ห้องไหว้บรรพบุรุษ เขาเหยียดหยามเฉินเฟิงขนาดนั้น เฉินเฟิงกลับไม่พูดอะไรสักแอะ
“เสี้ยห้าว ได้ยินมาว่า เมื่อวานนายโดนคนตีมา นายยังโอเคอยู่ไหม?” เฉินเฟิงดูมีสีหน้าจริงใจ ถ้าคนที่ไม