าอยู่ในใจ
ถึงแม้ในมือเขาก็มีต้นกล้าไพ่ตายอยู่มากมาย แต่เขารู้ดีว่า อยู่ต่อหน้าเฉินเจิ้นหนานนั้น ไพ่ตายพวกนี้ของเขาไม่ถือว่าเป็นอะไรทั้งนั้น
รถถึงหน้าเขามักมีทาง ตอนนี้เขาได้แค่เดินหนึ่งก้าวดูกันไปหนึ่งก้าวเท่านั้น เฉินเฟิงถอนหายใจแล้วคิด
พอกลับมาบ้านแล้ว เฉินเฟิงก็ส่งเสี้ยเมิ่งเหยาไปบริษัทเหมือนเช่นปกติ เขาให้เฉินจงเอารถเคอนิกเส็กก์คันนั้นไปเก็บที่คฤหาสน์ในยู่ฉวนซาน แล้วซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใหม่อีกคัน
“เป็นยังไง ยังโกรธผมอยู่อีกเหรอ?” พอเห็นใบหน้าเล็กของเสี้ยเมิ่งเหยายังตึงอยู่ เฉินเฟิงยิ้มแล้วก็ถามขึ้น
เสี้ยเมิ่งเหยามองเฉินเฟิงตาขาวทีหนึ่ง แล้วพูดอย่างอารมณ์ไม่ดีว่า “ใครไปโกรธนาย คิดไปเองหรือเปล่า”
“โอเค โอเค โอเคผมคิดไปเอง” เฉินเฟิงยิ้มฝืด ๆ เขาคิดแล้วคิดอีก ก็คิดไม่ออกว่าตกลงตัวเองไปขัดใจเสี้ยเมิ่งเหยาตรงไหน ได้แต่เข้าใจไปเองว่า น่าจะอันนั้นของเสี้ยเมิ่งเหยามาแล้ว ก็เลยมองใครก็ขัดตาไปหมด
หลังจากที่ส่งเสี้ยเมิ่งเหยามาถึงบริษัทแล้ว และเฉินเฟิงกำลังจะจากไป ก็ได้ยินเสียงเยาะเย้ยเสียงหนึ่งลอยมา
“อ๋ายโยว่ เฉินเฟิง วันนี้ทำไมไม่ใช้รถสปอร์ตของนายมาส่งเมิ่งเหยาทำงานล่ะ? หรือว่าจ่ายค่าเช่าไม่ไหวแล้วใช่ไหม?” เสี้ยจื่อหลันปิดเอวที่เหมือนงูน้ำของเธอเดินออกมา เมื่อวานจ้าวซื่อหัวยังพูดว่า รถของเฉินเฟิงนั้นไม่ใช่รถเช่า แต่วันนี้ปรากฏว่า เฉินเฟิงกลับขี่รถไฟฟ้าของเขามาอีกแล้ว
เฉินเฟิงมองบนไปทีหนึ่ง เ