ฉี่ชาวและเสี้ยห้าวหน้ายังไม่กล้าเงยขึ้น ตอนนี้เสี้ยหยุนเสิ้งกำลังโมโหอยู่ แม้แต่โอกาสจะเปิดปากพูดพวกเขาก็ยังไม่มี
“คุณพ่อ ตอนนี้เรื่องที่เร่งด่วนไม่ใช่มาตามสืบสวนความผิดของพี่ใหญ่ แต่คือต้องคิดวิธีให้ได้รับการอภัยจากหลินจงเหว่ยให้ได้ เมื่อกี้คนของผมเพิ่งส่งข่าวมาว่า มีอีกเจ็ดบริษัทที่หยุดความสัมพันธ์ทางธุรกิจลงกับเราแล้ว” พ่อของเสี้ยจื่อหลัน เสี้ยเจิ้งหยูขมวดคิ้วพูดขึ้น
เมื่อเกิดในตระกูลใหญ่แบบตระกูลเสี้ยนี้ แค่ก้าวพลาดไปนิดเดียวก็กระทบไปทั้งตัวได้ ความผิดที่สองพ่อลูกเสี้ยฉี่ชาวได้ทำไว้นั้น แต่กลับต้องให้คนทั้งตระกูลเสี้ยออกมาร่วมแบกรับด้วย
“นี่มันจริง ๆ เลย ไม่รู้ว่าส่วนไหนในสมองของคุณลุงใหญ่มีปัญหากันแน่ ถึงได้วิ่งไปตีผู้จัดการใหญ่ของเขาถึงบริษัทติ่งเฟิงอย่างนี้”
“ตอนนี้ดีเลย ตระกูลเสี้ยเราได้กลายเป็นเหมือนหนูที่วิ่งอยู่กลางตลาดแล้ว ใครเห็นก็ต้องร้องให้ตี พวกคุณคงจะพอใจกันแล้วละซิ”
ญาติพี่น้องไม่น้อยของตระกูลเสี้ยเริ่มแสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อสองพ่อลูกเสี้ยฉี่ชาวออกมา
สองพ่อลูกเสี้ยฉี่ชาวเศร้าโศกจนไม่รู้จะพูดอะไร ถึงพวกเขาจะสมองไม่ดีแค่ไหน ก็คงไม่วิ่งไปตีคนอื่นในที่ของเขาได้หรอก นี่มันเป็นเพราะหลินจงเหว่ยต้องการจะใส่ร้ายพวกเขาทั้งนั้น แต่คำพูดพวกนี้พูดออกไปใครเขาจะเชื่อ
พวกนายสองพ่อลูกเสี้ยฉี่ชาวถือว่าตัวเองเป็นตัวอะไร มีสิทธิ์อะไรมาให้หลินจงเหว่ยใส่ร้าย?
เสี้ยหยุนเสิ้งนั่งอยู่บ