นเก้าอี้อย่างหมดแรง เขาก็อยากได้รับการให้อภัยจากหลินจงเหว่ย แต่ว่าตอนนี้แม้แต่ตระกูลเสี้ยทำอะไรผิดต่อหลินจงเหว่ยเขาก็ยังไม่รู้เลย แล้วจะเอาอะไรไม่เจรจากับเขา
หรือว่าตระกูลเสี้ยที่สืบทอดกันมาสองพันกว่าปีจะมาจบลงในมือของตัวเองเหรอ? เสี้ยหยุนเสิ้งคิดอย่างเศร้าโศก
เสี้ยเมิ่งเหยาก็อยู่ในห้องประชุมด้วย สำหรับสองพ่อลูกเสี้ยฉี่ชาวนั้น แน่นอนเธอไม่รู้สึกสงสารเลยสักนิด แต่สำหรับตระกูลเสี้ยนั้นเธอก็ยังมีความรู้สึกที่แน่นอนอยู่ ตอนนี้ตระกูลเสี้ยต้องพบเจอกับอันตรายที่ใหญ่หลวงที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีมา แต่เธอกลับไร้ซึ่งหนทาง การไร้ซึ่งหนทางแบบนี้ มันทำให้เสี้ยเมิ่งเหยารู้สึกท้อใจมากจริง ๆ
และในเวลานี้เอง โทรศัพท์ของเสี้ยเมิ่งเหยาก็ดังขึ้นมาทีหนึ่ง
“เชื่อใจผมไหม?”
เป็นข้อความWechatที่เฉินเฟิงส่งมา
เสี้ยเมิ่งเหยารู้สึกมึนงง เชื่อใจผมไหม? มันหมายความว่ายังไง?
“เชื่อซิ”
หลังจากที่เสี้ยเมิ่งเหยา ลังเลไปครู่หนึ่ง ก็รีบเร่งความเร็วนิ้วมือพิมพ์ตอบกลับไปสองคำ เธอไม่รู้ว่าทำไมเฉินเฟิงถึงได้ถามมาแบบนี้ แต่เธอยินดีเชื่อใจเฉินเฟิง
“ถ้าเชื่อใจผมแล้วละก็ คุณบอกคุณปู่คุณไปเลยว่า คุณสามารถทำให้ตระกูลเสี้ยเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการบ้านพักตากอากาศยู่ฉวนซานได้ แต่ข้อแม้คือ หลังจากเรื่องสำเร็จแล้ว สองพ่อลูกเสี้ยฉี่ชาวจะต้องมอบทีมงานในมือของพวกเขาให้กับคุณ”
พออ่านข้อความยาวเหยียดนี้แล้ว เสี้ยเมิ่งเหยาก็เข้าสู่ภวังค์ เฉิน