บทที่ 26 สมกับที่เป็นนิกายศักดิ์สิทธิ์
ภูเขาและแม่น้ำดุจภาพวาด ตะวันอัสดงดุจโลหิต
ลวี่หยางยืนอยู่เหนือทะเลเมฆ ผ่านไปเนิ่นนานก็ยังไม่พบฝ่ามือจากฟ้าที่จะฟาดเขาจนกลายเป็นผงฝุ่นเสียที จึงผ่อนลมหายใจเบาๆ หนึ่งครา
“เมื่อครู่นั่น…คือเจินเหรินขั้นวางรากฐาน?”
ลวี่หยางกระทั่งไม่กล้าพึมพำออกมา ยังต้องตรึกตรองเงียบๆ ในใจ สีหน้ายิ่งแลดูอัปลักษณ์ถึงขีดสุด ท้ายที่สุดระหว่างทั้งสองนั้นมีช่องว่างใหญ่หลวงเกินไปนัก
ไม่เพียงแต่ร่างกาย กระทั่งความคิดก็ถูกแช่แข็ง จวบจนนักพรตหงยวิ๋นจากไปถึงได้รู้สึกตัว ความรู้สึกนั้นคล้ายหนูที่ถูกแมวตะครุบไว้ในอุ้งเท้า มิใช่เพียงความต่างของพลังอีกต่อไป แต่เป็นความแตกต่างแห่งระดับชั้นอย่างแท้จริง ทลายความหยิ่งผยองในใจของลวี่หยางลงจนหมดสิ้น
“ข้ายังอ่อนแอเกินไป…ไร้พลังสิ้นดี…”
เดิมทีเมื่อต่อกรกับศัตรูมากด้วยตนผู้เดียว เอาชนะหลิวซิ่นและพวกได้ ลวี่หยางจึงกวาดล้างเงามืดจากชาติปางก่อนโดยสิ้นเชิง ใจพลันฮึกเหิมด้วยอารมณ์สะท้อนกลับ ทว่าในยามนี้กลับหวนคืนสู่ใจที่สงบเสมออีกครา
หนทางแห่งเซียนยังอีกยาวไกล ต้องขัดเกลาและก้าวเดินต่อไป
ลวี่หยางถอนใจเงียบๆ ในอก จากนั้นก็พลันนึกถึงเรื่องของเซียวสือเยี่ยขึ้นมา ดวงตาเผยประกายหวาดผวาอีกครา“วาสนา…ถึงกับเป็นสิ่งที่ผู้อื่นมอบให้ได้?”
จนถึงตอนนี้ เขาก็นึกย้อนขึ้นมาได้แล้ว
ก่อนเซียวสือเยี่ยจะมุ่งหน้าไปยังสระกุศล เคยกล่าวไว้ประโยคหนึ่งว่า“พอดีช่วงน