บทที่ 21 มหันตภัยที่ไม่คาดฝัน
“ศิษย์น้องเซียวดูเป็นผู้มีบุคลิกงามสง่าโดยแท้”
ลวี่หยางหัวเราะเบาๆ พลางตบไหล่เซียวสือเยี่ย “ข้าชื่อลวี่หยาง เห็นทีคงเข้านิกายพร้อมกับเจ้า ยังมิอาจเรียกตนว่าเป็นศิษย์พี่ได้”
“รุ่นเดียวกันรึ?”
เซียวสือเยี่ยได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เผยความประหลาดใจออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็ฉายแววเคารพเลื่อมใส “เช่นนั้นแล้ว พี่ลวี่คงมีพรสวรรค์สูงส่งนัก หาไม่แล้วคงยากจะบรรลุเช่นนี้”
“ข้าไม่อาจรับคำชมนี้ได้”
ลวี่หยางโบกมือเบาๆ เขารู้ตัวดีว่าพรสวรรค์ของตนหาได้โดดเด่นไม่ การบำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ก็อาศัยเพียงกลืนโอสถ บุกทะลวงด่านก็ต้องอาศัยวิชามารช่วย หากเดินตามครรลองทั่วไป คาดว่าป่านนี้คงยังติดอยู่ที่ขั้นรวมลมปราณชั้นสามอยู่กระมัง
เมื่อรู้ว่าลวี่หยางอยู่รุ่นเดียวกับตน เซียวสือเยี่ยก็ไม่เหลือความเคอะเขินดั่งแรกพบอีก ทั้งสองสนทนากันอย่างคุ้นเคยอยู่ครู่หนึ่ง ลวี่หยางจึงกล่าวอย่างลองเชิงว่า
“ข้าเพิ่งบุกทะลวงสำเร็จ กำลังจะกลับไปยังถ้ำบำเพ็ญเพื่อรักษาสภาพระดับพลัง ศิษย์พี่เซียวหลังจากนี้คิดจะไปยังที่ใดรึ?”
“พูดตามตรงกับพี่ลวี่ ข้ากำลังคิดจะไปที่สระกุศลสักหนหนึ่ง”
เซียวสือเยี่ยยิ้ม “ได้ยินมาว่าสระกุศลนั้นล้วนทดสอบวาสนาโดยแท้ บังเอิญช่วงนี้ข้ารู้สึกว่าตนมีโชคดีอยู่บ้าง จึงคิดจะฉวยโอกาสไปเสี่ยงดูสักครั้ง”
“สระกุศล…”
ลวี่หยางพลันจิตสะท้านเล็กน้อย เกิดกระแสจิตแรงกล้าขึ้นในใจในชั่วพริบตา
“ในเมื่อเ