บทที่ 20 เซียวสือเยี่ย
เกือบสามเดือนให้หลัง ห้องหลอมเปลวไฟใต้พิภพ
ลวี่หยางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้น
แต่จะว่าไป…มิใช่การลุกยืน หากใช้คำว่า “ลอยขึ้น” คงเหมาะกว่า เพราะในยามนี้เขามิได้มีทั้งหนัง กล้ามเนื้อ หรือกระดูกอีกต่อไป กลับกลายเป็นเพียงเงาโลหิตสีชาดสายหนึ่ง!
“สำเร็จแล้ว!”
เงาโลหิตปราศจากใบหน้า มีเพียงแสงเรืองรองวนเวียนอยู่รอบตัว ส่งสุรเสียงที่ผิดเพี้ยนเล็กน้อยออกมา “เก้าเก้าแปดสิบเอ็ดราตรี…ในที่สุดก็หลอมสำเร็จ!”
วินาทีถัดมา เงาโลหิตค่อยๆ หดตัวลง หนังที่ถูกถลกออกทิ้งไว้บนพื้นลอยขึ้นมาจากความว่างเปล่า ถูกมัน “สวม” กลับเข้าไปในกายอีกครา ผิวซีดเผือดเริ่มแต้มแต่งด้วยสีเลือด เนื้อที่เหี่ยวย่นค่อยๆ ฟูแน่นขึ้น เพียงไม่นาน ร่างของลวี่หยางก็กลับมาปรากฏภายในห้องหลอมอย่างไร้รอยขีดข่วน
มองผ่านๆ ก็ดูไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป
หากแต่เมื่อเทียบกับสามเดือนก่อน เวลานี้กระแสลมปราณของลวี่หยางกลับยิ่งมหาศาลยิ่งกว่าเดิมลมปราณแท้ทั่วร่างคล้ายรวมตัวกันเป็น “เมล็ดพันธุ์แห่งปราณ” สายหนึ่งอย่างคลุมเครือ
ชั้นที่เจ็ดแห่งการรวมลมปราณ! รวมลมปราณขั้นปลาย!
บางทีอาจเป็นเพราะกระบวนการบ่มเพาะวิชาเทพเจ็บปวดเกินทน เป็นบททดสอบต่อกำลังกายและจิตใจล้วนคือการขัดเกลาที่มิอาจจะจินตนาการได้ จึงได้ทำให้เขาทะลวงคอขวดระดับพลังโดยไม่คาดฝัน
และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ เขาทะลวงขั้นนี้ได้ก่อนที่จะสำเร็จวิชาเทพโดยสมบูรณ์
ห