ากเป็นหลังจากสำเร็จวิชาเทพ ต่อให้ทะลวงขึ้นไปได้ก็มิอาจนำมาใช้ได้อีก เช่นในตอนนี้ ระดับบ่มเพาะของเขาก็จะหยุดนิ่งอยู่ที่ชั้นที่เจ็ดแห่งการรวมลมปราณตลอดไป
“แต่นี่ก็มากพอแล้ว…”
ลวี่หยางพึมพำเสียงเบา สำหรับเขาผู้ถือครองคัมภีร์ร้อยชาติย่อมไม่เคยยึดติดกับความสำเร็จในชาติเดียวจะนำพลังของชาติหนึ่งไปใช้ยังชาติถัดไปอย่างไรต่างหาก…นั่นจึงคือเป้าหมายแท้จริง
“ลองทดสอบพลังกันเถอะ!”
ความคิดเพียงผุดขึ้นแก่นกระบี่ก็งอกเงยขึ้นจากหว่างคิ้วทันที งดงามประหนึ่งอัญมณี ต่อจากนั้นร่างของลวี่หยางก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงโลหิตสายหนึ่ง หลอมรวมเข้ากับแก่นกระบี่นั้นอย่างแนบแน่น
“โครม!”
นอกยอดเขาหมื่นสมบัติ พลันมีแรงสั่นสะเทือนรุนแรงพัดกระหน่ำพื้นดิน ผู้คนที่เดิมพลุกพล่านอยู่เต็มพื้นที่กลับทรงตัวไม่อยู่ หลายคนถึงกับล้มกลิ้งลงไปนอนกับพื้นทันที
“เกิดอะไรขึ้น?”
“มังกรใต้พิภพพลิกกาย…เป็นไปไม่ได้! มีเจินเหรินทั้งหลายกดทับเส้นชีพจรปฐพีอยู่ จะมีมังกรใต้พิภพลุกฮือได้อย่างไร?”
เหล่าศิษย์พากันสบตาไปมา ผู้ที่มีลมปราณสูงกว่าเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่ง ใจพลันสะท้านพลางหันขวับไปทางใดทางหนึ่ง แววตาเผยความประหลาดใจชัดเจนขึ้นทุกที
“ดูนั่น!”
“นั่นมัน…”
สายตาทั้งหมดหันไปยังทิศเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย
ถัดจากนั้น ทุกคนก็ได้เห็นรุ้งแสงสีโลหิตเส้นหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากห้องหลอมแห่งหนึ่ง ม้วนตัวยาวฉีกฟ้าจรดสุริยันในพริบตา ยามผ่านฟากฟ้าก็ทำให้ทะเลเมฆป