ราะในใจ“มัวแต่รู้จักบำเพ็ญเพียร ไม่รู้จักฝึกฝนวิชาเทพต่อสู้ คิดว่าตนเองอยู่ในนิกายธรรมะอันสูงส่งที่สามารถตั้งหน้าบำเพ็ญได้อย่างวางใจหรือ?”
“รอให้ข้าสะสางเรื่องที่เกาะพันหลงเสร็จสิ้น ค่อยหาโอกาศในยามค่ำคืนแอบลอบเข้าไปในถ้ำบำเพ็ญของมัน จัดการมันเสียให้สิ้นซาก แต้มคุณูปการพวกนั้น…ก็ย่อมต้องตกเป็นของข้าอยู่ดี!”
………………..
“ถ้าไม่คลาดเคลื่อนอะไร เจ้าแซ่จ้าวคงกำลังคิดหาวิธีลงมือกับข้าอยู่แน่”
หลังจากเดินออกจากถ้ำบำเพ็ญของจ้าวซวี่เหอ ลวี่หยางก็เดินทอดน่องมุ่งหน้าไปยังหอเก็บคัมภีร์ พลางหัวเราะเย็นในใจ ทั้งที่รู้ทันความคิดของจ้าวซวี่เหอทุกประการ แต่กลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
เพราะหลายวันที่ผ่านมา เขาหาได้ปล่อยให้เวลาผ่านไปเปล่าๆ ไม่
ในขณะที่ผู้อื่นกำลังคลั่งไคล้การเก็งกำไรหุ่นกระบอกตายแทนอย่างดุเดือด เขากลับปิดหูไม่ฟังเสียงใดจากโลกภายนอก ซื้อโอสถวิญญาณจำนวนมาก…แล้วปิดด่านขัดเกลาบำเพ็ญเพียรทันที
ตั้งแต่ชั้นสี่ถึงชั้นหกของขอบเขตรวมลมปราณ ล้วนถือเป็นช่วงกลาง ยังไม่มีคอขวดใด หากมีเงินซื้อโอสถเพียงพอ ก็สามารถทะลวงผ่านได้อย่างง่ายดาย
และเมื่อลวี่หยางกอบโกยแต้มคุณูปการมาได้หมื่นหนึ่งแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็ย่อมไม่มีทางตระหนี่แน่นอน ดังนั้นยามนี้เขาจึงทะลวงผ่านถึงชั้นหกของรวมลมปราณไปเรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าอยู่จุดสูงสุดของช่วงกลางโดยแท้
กล่าวเสริมไว้สักนิดโรคบุรุษที่ร่างนี้ติดตัวมาตั้งแต่แรก ก็ถูกเขาใ