บทที่ 13 ตั๊กแตนจับจั๊กจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลัง
เบื้องนอกยอดเขาปะสานฟ้า มีศิษย์อย่างเป็นทางการรวมตัวกันกว่าสิบคน ผู้ยืนอยู่หน้าสุดคือจ้าวซวี่เหอ เซียนหญิงชิงเฉิน และชายชราแห่งหอเก็บคัมภีร์ หวังไป่หรง
ในหมู่คนทั้งหมด มีเพียงสามคนนี้เท่านั้นที่อยู่ในขอบเขตรวมลมปราณขั้นกลาง
จ้าวซวี่เหอยืนอยู่แถวหน้า เปล่งเสียงกังวาน “ที่ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลายตอบรับคำเชิญของข้าในครานี้ ข้ารู้สึกเป็นเกียรติยิ่ง ขอกล่าวขอบคุณล่วงหน้า ณ ที่นี้”
กล่าวจบ เขาก็ประสานมือคารวะต่อหน้าทุกคน
“จะปิดบังไว้ก็ใช่ที่ ข้าพบถ้ำบำเพ็ญแห่งหนึ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรยุคก่อนทิ้งไว้ ณ เบื้องนอกยอดเขาปะสานฟ้า ทว่าโดยรอบมีค่ายกลคุ้มครอง ข้าจึงไม่อาจฝ่าเข้าไปได้ด้วยตัวคนเดียว”
เซียนหญิงชิงเฉินเอ่ยขึ้นในจังหวะเหมาะสม เสียงอ่อนหวานดั่งลมฤดูใบไม้ผลิแผ่วผ่านให้ขนอ่อนลุกชัน “ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงเชิญศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่านมาร่วมมือกันฝ่าค่ายกล แล้วแบ่งโชควาสนาในถ้ำบำเพ็ญอย่างเท่าเทียม ศิษย์พี่จ้าวเป็นสมาชิกของสมาคมซานเหอ ทุกคนต่างทราบดีถึงชื่อเสียงของเขา ย่อมไม่มีวันทำให้ใครเสียเปรียบ”
จ้าวซวี่เหอย่อมไม่ใช่ผู้ไร้ฝีมือโดยสิ้นเชิง
เขากับเซียนหญิงชิงเฉินร่วมมือประสานกันอย่างแนบแน่น ขณะที่ชายชราหวังไป่หรงจากหอเก็บคัมภีร์ก็สอดรับอย่างราบรื่น ไม่นานก็สามารถรวมฝูงชนที่แต่ละคนต่างจิตใจให้กลายเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ
ทันทีหลังจากนั้น ทุกคนก็ขี่ลำ