าก็ยากจะมีชัย”
คิดทบทวนอยู่เนิ่นนาน ลวี่หยางก็ผุดแผนการหนึ่งขึ้นในใจ
เขาไม่เคยเชื่อคำพูดว่า“แม้ในนิกายมารก็มีคนดี”เลยแม้แต่น้อย จึงมั่นใจอย่างยิ่งว่าจ้าวซวี่เหอที่ชักชวนผู้คนบุกถ้ำบำเพ็ญ ย่อมต้องมีเจตนาแอบแฝงอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าในครั้งนี้กลับมีคนมากันไม่น้อย อีกทั้งยังมีชายชราหวังไป่หรงจากหอเก็บคัมภีร์ ต่อให้จ้าวซวี่เหอกลืนกินได้หมดก็คงต้องบาดเจ็บอยู่ดี เป็นไปไม่ได้ที่จะรอดออกมาโดยไม่เสียอะไร
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็แค่วางค่ายกลไว้รอบนอก รอให้เหนื่อยแล้วค่อยโจมตีจะไม่ดีกว่าหรือ?
เพื่อเหตุนี้ ลวี่หยางจึงใช้แต้มผลงานครั้งสุดท้ายจำนวนหนึ่งร้อยแต้ม แลกกับชุดค่ายกลลวงทิศหนึ่งชุด
ธงลวงทิศทั้งสี่ผืนขังสวรรค์พิภพ พลิกหลอกทิศทาง แม้ไม่อาจโจมตีใดๆ แต่กลับสามารถกักผู้คนไว้ภายใน ทำให้หลงทิศ ไม่อาจหลบหนีออกมาในช่วงเวลาสั้นๆ ได้เลย
“จากนี้ไปก็แค่เฝ้ารอเงียบๆ… ไม่ต้องรีบร้อน เรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไป มักจบลงได้ราบรื่น…”
ลวี่หยางก็ซุ่มซ่อนอย่างอดทน
…………
“จ้าวซวี่เหอ! เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่!?”
“เจ้าฆ่าพวกเรา ประทีปชะตาย่อมดับสูญ นิกายศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
ภายในเกาะพันหลง บัดนี้นองไปด้วยสายโลหิต
เหล่าศิษย์อย่างเป็นทางการที่เมื่อครู่ยังร่วมแรงร่วมใจกัน บัดนี้กลับแยกกันสู้ ร้องครวญครางตลอดเวลา ถูกแสงโลหิตสายหนึ่งสังหารไปทีละคน
ในบริเวณห่างไกลจากฝูงชน จ้าวซวี่เหอกับเซียนหญิงชิงเฉินยืนเคีย