ะไรเลย
“แล้วจะเอามาวางโชว์ทําไม”
เถียนโม่อึ้งไป “เอ่อ คือ…”
จริงด้วย ถ้าบอสเผยไม่แนะนําอะไรสักอย่างแล้วจะเปิดร้านนี้ขึ้นมาทําไม
เถียนโม่เองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แล้วจะอธิบายกับลูกค้ายังไงดี
พี่ชายเห็นเถียนโม่อึ้งไปก็รู้สึกขํา “ช่างเถอะ พี่แค่ล้อเล่น พี่แค่คิดว่าพวกน้องมี
ความซื่อสัตย์ในการขายของ พนักงานขายคนอื่นจะพยายามซ่อนข้อบกพร่องเต็มที่
แต่พวกน้องบอกเองหมดเปลือก ให้ความรู้สึกเหมือน ‘ปล่อยให้ปลามากินเบ็ดเอง
ด้วยความเต็มใจ’
“โอเค ขอบคุณมาก ไว้มีสินค้าอะไรออกใหม่พี่จะแวะมาดูอีก”
พี่ชายเดินจากไป
เถียนโม่เกาหัวแกรกๆ ก่อนจะเดินไปเล่นเกมต่อที่โซฟา
…
พริบตาเดียวก็หมดช่วงบ่าย
เถียนโม่ดูนาฬิกา ตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้ว ได้เวลาเลิกงาน
ตามที่บอสเผยบอกเวลาการทํางานของฝ่ายขายค่อนข้างอิสระ หยุดสองวันและ
ทํางานวันละแปดชั่วโมง พอมีคนเพิ่มขึ้นเถียนโม่ก็จัดตารางงานได้ตามใจชอบ
ตอนนี้ทั้งฝ่ายขายมีแค่เถียนโม่กับจวงต้ง ดังนั้นจึงไม่ต้องเข้มงวดอะไรมากนัก
บอสเผยเองก็ไม่ได้มาตามจี้ว่าใครมาสายหรือใครกลับก่อน เพราะงั้นจึงไม่มีใครเข้ามา
ยุ่งกับพวกเขา
ตอนบ่ายมีลูกค้าแวะมาเยอะขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่แวะมาดูสินค้าดิจิทัลในร้าน
ชั้นนี้และแวะเข้ามาดูต่อ
แต่เถียนโม่ก็พบเรื่องชวนอึดอัดใจมากๆ เรื่องหนึ่ง ถ้าเป็นวัยรุ่นส่วนใหญ่ก็จะ
รู้จักสินค้าของเถิงต๋าอย่างมือถือ OTTO กับเครื่องทะเลาะอัจฉริยะ ซึ่งถ้าเป็นคนที่
อยากซื้อ