วันถัดมา ลวี่หยางรออยู่ในถ้ำบำเพ็ญตลอดทั้งวัน
กลับไม่มีผู้ใดมา
คนชุดดำทั้งสามคนประหนึ่งมิใช่ศิษย์แห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย มิได้ก่อให้เกิดระลอกคลื่น แม้แต่คนมาสอบถามก็ไม่มี
ลวี่หยางถอนใจ เขามิอาจสงสัยได้เลยว่านิกายศักดิ์สิทธิ์ซึ่งครอบครองประทีปชะตาของศิษย์ทุกคนจะไม่รู้ถึงความตายของทั้งสาม เวลานี้ย้อนคิดขึ้นมา เกรงว่า “การต่อสู้สังหารกันระหว่างศิษย์” นั้น คงกลายเป็นกฎที่ไม่มีใครเอ่ยออกมา เพียงไม่ก่อให้เรื่องใหญ่โต หรือเป็นที่รู้กันทั่วไป ก็ย่อมไม่มีผู้ใดมาสืบสาว
เพราะโลกแห่งนิกายมาร ยากที่จะคาดเดานัก
มีคนตาย อาจเพราะปิดปาก อาจเพราะแย่งชิงทรัพย์ หรือบางทีเพราะล่วงรู้เรื่องราวที่ไม่สมควรรู้…หากสืบสาวจริง ๆ อาจเจอสิ่งไม่พึงพบก็เป็นได้
ดังนั้น…ไม่สืบเสียดีกว่า
“ไม่เสียทีเป็นนิกายศักดิ์สิทธิ์…”
เมื่อถอนใจแล้ว ลวี่หยางก็คลายกังวล เริ่มเก็บข้าวของจากการสังหาร
สิ่งแรกที่เก็บได้คือป้ายศิษย์ แต่ที่ทำให้ลวี่หยางถึงกับตะลึงก็คือ ป้ายของคนชุดดำทั้งสามคนนั้นมีแต้มคุณูปการรวมถึงสี่ร้อย มากเกินสามัญอย่างสิ้นเชิง
“แท้จริงแล้ว…เป็นคนชั่วที่ทำเสียจนเคยมือ”
ลวี่หยางขมวดคิ้วแน่น พลิกค้นต่อไป ผลลัพธ์คือ นอกจากของจิปาถะแล้ว ก็มีเพียงตำราลับหนึ่งชื่อว่าเคล็ดวิชาเก็บลมปราณที่ทำให้เขาตื่นเต้นที่สุด
เพราะในสายตาของลวี่หยาง คนชุดดำทั้งสามคนนั้นเชี่ยวชาญการปิดซ่อนพลังปราณยิ่งนัก หากมิใช่เพราะตนเพิ่งทะล