ภายในถ้ำบำเพ็ญ ห้องสงบห้องหนึ่ง
ลวี่หยางนั่งขัดสมาธิ เริ่มต้นฝ่าด่าน
โอสถเข้าสู่ท้อง อีกทั้งครึ่งเดือนมานี้เขาคอยดูดซับจากอวิ๋นเมี่ยวชิงอย่างต่อเนื่อง ระดับพลังของเขาก็มาถึงสภาพที่ใกล้จะถึงขีดจำกัดในไม่ช้า
“ตูม!”
เพียงพริบตา คล้ายก้าวขึ้นบันไดขั้นหนึ่ง ลวี่หยางก็รู้สึกว่าปราณแท้จริงพลุ่งพล่านโถมคลั่งในกาย ราวมหานทีไหลบ่า ทำให้จิตใจเขาฮึกเหิม
การรวมลมปราณขั้นสอง!
“ก่อนถึงขั้นสี่ของการรวมลมปราณ ยังไม่มีคอขวด ขอเพียงทรัพยากรพอ เวลาเพียงพอก็ย่อมฝ่าได้…แต่เวลานี้ ข้าเกรงว่าตนเองไม่มีเวลาแล้ว”
การปรากฏของนักพรตชิงเฉินได้ปลุกเร้าให้ลวี่หยางตระหนักถึงภัยอันตราย
เขามิอาจลืมได้เลย ในชาติที่แล้วหลิวซิ่นเคยบุกเข้ามาฆ่าเขาต่อหน้าในถ้ำบำเพ็ญ หากหลิวซิ่นทำได้ เช่นนั้นนักพรตชิงเฉินไฉนจะทำมิได้?
ถ้ำบำเพ็ญก็มิได้น่าเชื่อถือ!
“ที่น่าเชื่อถืออย่างแท้จริงก็ยังคงเป็นระดับพลังและพลังฝีมือของตนเอง!”
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางกัดฟันแน่น คว้าโอสถที่เหลือทั้งหมดออกมา กลืนลงไปในคราเดียวราวกลืนพุทรา จากนั้นยังเรียกอวิ๋นเมี่ยวชิงมาอีกครั้ง
แม้การทำเช่นนี้จะสิ้นเปลืองฤทธิ์โอสถไปไม่น้อย อย่างน้อยสามส่วนถูกทิ้งสูญเปล่า แต่ในเวลาเดียวกันก็ช่วยให้เขาเร่งยกระดับได้รวดเร็วที่สุด สำหรับลวี่หยางแล้ว ขอเพียงทะลวงถึงขั้นสามได้…โอสถพวกนี้ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว มิได้ซื้อเสียเปล่า
กาลเวลาผันผ่าน เพียงพริบตาก็ล่วงเลยสามวันสามคืน
ระหว