่างนั้น ลวี่หยางมิได้กินดื่ม อีกทั้งดูดซับจากอวิ๋นเมี่ยวชิงแทน จนร่างนางนุ่มนิ่มหมดเรี่ยวแรง ในที่สุด…เขาก็รู้สึกว่าตนฝ่าทะลุผ่านม่านบางๆหนึ่งได้สำเร็จ
“…สำเร็จแล้ว!”
ลวี่หยางเพ่งตรวจภายในกาย เพียงเห็นตามเส้นปราณและเส้นเอ็นล้วนเอ่อด้วยพลังมหาศาลไหลเชี่ยวราวมหานที แม้ดูยิ่งใหญ่กว้างขวาง แต่กลับไม่อาจก้าวหน้าต่อไปได้แม้เสี้ยว
เมื่อมองเผิน ๆ ก็ราวกับบรรลุถึงที่สุดแล้ว
“นี่แหละ…คอขวด…”
ก้าวต่อไปอีกหนึ่งขั้น ก็คือการรวมลมปราณขั้นสี่ ข้ามจากขั้นต้นสู่ขั้นกลาง หากอยู่ในนิกายศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถนับเป็นศิษย์ชั้นยอดที่ครองตำแหน่งหนึ่งได้
ลวี่หยางไม่หยุดพัก มิกล้าแม้แต่จะผ่อนคลาย รีบนำปราณแท้บรรพกาลออกมาในทันที
“ต่อไป!”
เมื่อปราณแท้บรรพกาลถูกขับเคลื่อน ลวี่หยางก็ควบคุมปราณแท้จริงของตนกลืนมันเข้าไปคราเดียว จากนั้นก็ปล่อยให้พลังพลุ่งพล่านไหลบ่าราวสายน้ำร้อยสายไหลกลับสู่ทะเล ทั้งหมดหลั่งไหลเข้าตันเถียน
พร้อมกับที่ปราณแท้บรรพกาลถูกใช้สิ้นทีละน้อย ลวี่หยางก็รู้สึกได้ว่าคอขวดที่เคยปิดกั้นมั่นคงดั่งภูผาค่อย ๆ ถูกกัดเซาะลงทีละเสี้ยว จนกระทั่งเมื่อมันสลายสิ้นลง คอขวดนั้นก็พังทลายราวหิมะและน้ำแข็งละลาย
ในห้องเงียบมืดสลัว ลวี่หยางพลันลืมตาขึ้น
ดวงตาแหลมคมราวเพลิง แสงสว่างฉายส่องเต็มห้องว่าง
เพียงปิดเปิดตา ก็ล่วงเลยไปอีกหนึ่งวันหนึ่งคืน ทว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ระดับพลังของลวี่หยาง ก็แตกต่างจากตนเมื