่อไม่กี่วันก่อนอย่างฟ้ากับดิน!
“ขั้นกลางของการรวมลมปราณ…กับขั้นต้นนั้นแทบไม่ใช่ขอบเขตเดียวกันเลย” ลวี่หยางรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในกาย สีหน้าปรากฏความยินดี “หากขั้นต้นพลังปราณยังเป็นเพียงลำธารเล็ก ๆ ขั้นกลางนี้ก็คือมหานทีมหาสมุทร! เพิ่มขึ้นสิบเท่ามิใช่เพียงเท่านั้น ถึงระดับนี้…ถึงจะนับเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอย่างแท้จริง…”
เมื่ออยู่ในขั้นต้น พลังปราณจำกัด วิชาเทพใดก็ต้องประหยัดการใช้
แต่เมื่อก้าวสู่ขั้นกลาง โดยทั่วไปก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป วิชาธรรมดาหยิบใช้ได้ตามใจ พลังปราณที่สูญไปไม่กี่ลมหายใจก็ฟื้นคืนแล้ว
“ดี! ดีมาก!”
ลวี่หยางก้าวออกจากห้องเงียบ หยิบกระบี่กระดูกขาวออกมาเล่มหนึ่ง เพียงสั่งด้วยใจ กระบี่ก็พลันแยกเป็นสิบกระบี่ แผ่คลุมทั่วถ้ำบำเพ็ญ
เสียงหวีดหวิวกรีดอากาศดังสะท้อน!
เพียงชั่วครู่ แสงกระบี่แผ่กวาดดุดัน ลวี่หยางร่ายใช้เคล็ดกระบี่เทียนเซียวรวมกายใจกับแสงกระบี่ พลันรู้สึกเบิกบานอย่างถึงที่สุด
“ยังต้องขอบคุณหลิวซิ่น!”
“หากไม่มีปราณแท้บรรพกาลที่เข้ากับข้าอย่างสมบูรณ์ ข้าย่อมไม่มีทางทะลวงได้ อย่างน้อยก็ต้องติดค้างอยู่ขั้นสามของการรวมลมปราณไปอีกหลายปี!”
“ไม่น่าแปลกใจที่หลิวซิ่นถึงละทิ้งคัมภีร์หยินหยางหรรษาแล้วหันไปฝึกคัมภีร์เต๋าบรรพกาล”
“น่าเสียดายที่ตั้งเจตนาไม่ถูก เอาคนเป็นโอสถ หลิวซิ่นได้มันไปแล้วไม่รู้สร้างกรรมสังหารไว้มากเพียงใด ทั้งหมดล้วนเป็นผลจากคัมภีร์เต๋าบรรพกาล”
“วิชามารเช