“เจ้ามารร้าย…เจ้าอารมณ์ไม่ดีรึ?”
อวิ๋นเมี่ยวชิง เอ่ยพลางเงยหน้ามอง ลวี่หยาง ผู้หลับตาสงบนิ่ง
“ก็มีอยู่บ้าง”
ลวี่หยางทอดถอนใจ เล่าออกมาอย่างไม่ใส่ใจถึงสถานการณ์ลำบากที่ตนเผชิญ
“นี่แหละนิกายมาร เอาศิษย์ในนิกายมามองว่าเป็นของสิ้นเปลือง ปราศจากความเป็นมนุษย์สิ้นเชิง”อวิ๋นเมี่ยวชิงเผยเรียวปากแดงขยับเบาๆ
“เจ้ามารร้าย…สหายลวี่ เจ้าพรสวรรค์ไม่เลว จิตใจก็ยอดเยี่ยม ไยต้องทนกล้ำกลืนอยู่ในนิกายมาร?”“ขอเพียงเจ้าคลายผนึกบนกายข้า ช่วยข้าหลบหนีออกจากนิกายมาร ข้าสามารถที่จะแนะนำเจ้า ให้เจ้ากลายเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่หยกสวรรค์ข้า….”
นางผู้นี้อยากหาที่ตาย ลวี่หยางหาได้ใส่ใจจะเล่นด้วย
ยามตกยากย่อมสงวนตน สิ่งเร่งด่วนที่สุดคือเร่งยกระดับตนเอง
เมื่อครุ่นคิดไตร่ตรองอยู่หลายครา ในที่สุด ลวี่หยางก็มิได้ไปซื้อบุปผาเซียนหยินหยางอันใด หากแต่กลับเทหมดหน้าตักแลกมาเป็นโอสถปราณบริสุทธิ์สิบเม็ด
“ชาตินี้…แทบจะถึงทางตันแล้ว”
“ถึงอย่างไรข้าก็มิได้คิดจะคืนหนี้กู้ยืม อีกทั้งไม่อยากเสียเวลาหลายสิบปีเป็นวัวเป็นม้า พอถึงกำหนดชำระ ย่อมไม่พ้นตายไร้ที่ฝัง”
“ฉะนั้น…ข้าจึงต้องฉวยช่วงเวลานี้ เร่งยกระดับตนเองให้เร็วที่สุด!”
ลวี่หยางได้ตั้งเจตจำนงแน่วแน่แล้ว คราใดที่ต้องเริ่มต้นใหม่ในชาติหน้า เขาจะเลือกระดับพลังและเพื่อสิ่งนี้ เขาจำเป็นต้องเร่งยกระดับพลังของตนให้สูงขึ้นโดยเร็ว
“หากระดับพลังต่ำเกินไป เกรงว่าจะถูกหลิวซิ่นที่อยู่ในเห