งความแปรเปลี่ยนขั้นแรกของเคล็ดกระบี่นี้เท่านั้น
หากบ่มเพาะต่อไปยังขั้นสูง ว่ากันว่าสามารถชักนำให้แสงกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นอสนีสายฟ้าแห่งเทียนเซียวได้อย่างแท้จริง น่าเสียดายที่ส่วนของเคล็ดวิชาเช่นนั้น ลวี่หยางมิอาจแตะต้อง
ใช่ว่าเขาไม่อาจดูดซับจากผู้อื่นมาเสริม แต่หากเป็นอวิ๋นเมี่ยวชิงเองก็หาได้รู้ในส่วนลึกล้ำนี้ไม่
กระนั้นก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว เพราะหากเป็นเคล็ดกระบี่เทียนเซียวฉบับสมบูรณ์ แค่พันแต้มคุณูปการย่อมไม่มีทางแลกได้ แม้แต่หมื่นแต้มก็ยังไม่แน่ว่าจะพอ
“เหอะ…โง่เขลาเบาปัญญา!”
เสียงหัวเราะเย้ยดังขึ้นจากด้านหลัง ลวี่หยางหันกลับไป เห็นสตรีหนึ่งที่มาจากนิกายกระบี่หยกสวรรค์ยืนอยู่ สีหน้าเต็มไปด้วยความชิงชัง ดูแคลน และรังเกียจจนมิคิดปิดบัง
หลายวันร่วมอยู่ด้วยกันมา ลวี่หยางก็พอจะหยั่งรู้เรื่องราวของนางได้ลึกซึ้งขึ้นบ้าง
นางนามว่าอวิ๋นเมี่ยวชิง ศิษย์สายในของนิกายกระบี่หยกสวรรค์ ภายใต้การสั่งสอนของนักพรตเทียนเซียว วิชาหลักที่ฝึกก็คือเคล็ดกระบี่เทียนเซียวและครั้งหนึ่งเคยมีระดับพลังอยู่ในขั้นรวมลมปราณชั้นหก
ลวี่หยางมองไปยังอวิ๋นเมี่ยวชิง เอ่ยอย่างสงสัย “กระบี่ของข้าผิดตรงไหนหรือ”
อวิ๋นเมี่ยวชิงได้ยินก็เบือนหน้าหนี “เจ้าคิดว่าข้าจะบอกเจ้าหรืออย่างไร เจ้ามารร้าย เจ้าต่อให้ลักลอบเลียนแบบกระบี่ของข้า ก็เป็นเพียงวาดแมวให้เหมือนเสือเท่านั้น!”
“เหตุใดจึงต้องทำเช่นนี้?”
ลวี่หยางส่ายศีรษะ ก้