าวเข้าไปตรงหน้า นัยน์ตาเผยความจนใจ “เจ้ามั่นใจนักหรือว่าจะไม่บอกข้า หรือว่าเจ้าคิดจะให้ข้าบังคับใช้สิ่งนั้นอีกรึ”
“สิ่งนั้น…”
ใบหน้างดงามของอวิ๋นเมี่ยวชิงพลันแดงระเรื่อ ละอองตาระยับพร่าหนึ่งชั่ววูบ แต่แล้วสติพลันกลับคืนมา นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความชิงชังจ้องลวี่หยางอย่างแน่วแน่
“ก็แค่วิชามารกระนั้นหรือ เจ้าคิดว่าข้าจะยอมศิโรราบกระนั้นรึ!”
“แม้เจ้าจะพูดเช่นนั้น…แต่เจ้าก็ยอมศิโรราบมาแล้วครั้งหนึ่งนะ” ลวี่หยางยกมือชี้ไปยังตราประทับที่อกของอวิ๋นเมี่ยวชิง “เจ้าคงไม่ลืมไปแล้วหรอกกระมัง”
“เจ้า…ไร้สาระ!”
เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นตราประทับบนกาย นางก็กัดริมฝีปากแน่นด้วยความอับอาย “ครั้งนั้นก็เพียงเพราะเจ้าฉวยโอกาสขณะข้าอ่อนแรงเท่านั้น!”
เอ่ยจบ มือขาวเรียวก็กุมจี้ที่ลำคอของตนเองแน่น
นั่นคือกระบี่หยกขาวเล่มเล็ก ละเอียดงดงาม เป็นกระบี่วิเศษที่มีเพียงศิษย์นิกายกระบี่หยกสวรรค์เท่านั้นจึงจะครอบครอง หน้าที่ไม่ต่างจากป้ายศิษย์ที่ลวี่หยางถือครองอยู่
“ข้าคือศิษย์นิกายกระบี่หยกสวรรค์ มิอาจอยู่ร่วมฟ้ากับนิกายมาร เรื่องนี้ไม่มีวันเปลี่ยน!”
“ต่อให้วิชามารของเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด…ใจคนหาได้ถูกกลอุบายอันชั่วร้ายชักนำไปได้”
“ความภักดีของข้าที่มีต่อนิกายกระบี่จักไม่มีวันสั่นคลอน!”
“ข้าขอสาบานต่อกระบี่วิเศษของข้า!”
วาจาจบลง อวิ๋นเมี่ยวชิงก็กัดฟันแน่น สายตาแน่วแน่จ้องมองไปยังลวี่หยาง คล้ายดอกบัวบริสุทธิ์ที่แม้หยั่งร