บหัวเราะก้อง “ผู้บำเพ็ญเพียรแปรร่างเนื้อแท้และจิตวิญญาณกลายเป็นหนึ่งสายปราณบรรพกาล ทั้งใช้ปรุงโอสถ ทั้งหลอมเป็นสมบัติวิญญาณ หรือแม้แต่เสริมการบำเพ็ญเพียรของผู้อื่นได้ ข้าได้สิ่งมหัศจรรย์นี้แล้ว ขั้นปลายแห่งรวมลมปราณ ย่อมมีหวังถึงแน่แท้!”
“ศิษย์น้อง เจ้าสามารถช่วยข้าทะลวงขอบเขตได้ ก็ถือว่าตายอย่างมีค่าแล้ว”
สิ้นคำ หลิวซิ่นก็เร่งเปลี่ยนมุทรา ลวี่หยางพลันรู้สึกว่าจิตสำนึกของตนค่อยๆ จางหาย คล้ายถูกใครบางคนบีบขยี้ให้สลายสิ้น!
ในห้วงคำนั้นเอง ลวี่หยางฉับพลันดุจปัญญาเปิดฟ้า
“นี่แหละ…คือครึ่งหลังของคัมภีร์เต๋าบรรพกาล!”
“ครึ่งแรกเป็นกับดักล่อให้ผู้อื่นฝึก ครึ่งหลังต่างหากคือหัวใจแท้จริง รอจนคนฝึกสำเร็จ แล้วก็ใช้เป็นเสื้อคลุมให้ตนเอง!”
จะเรียกว่าเป็นวิชาบำเพ็ญเพียร ก็มิควรนัก…แท้จริงแล้วคือศิลปะแห่งการหลอมสมบัติ!
เพียงแต่ครานี้ หาใช่หลอมสมบัติจากวัตถุ… หากแต่คือการหลอมคนให้กลายเป็นสมบัติ ยิ่งกว่านั้นยังให้ผู้นั้นลงมือหลอมตนเอง ส่วนผู้บงการเพียงซ่อนอยู่ในเงามืด ทั้งสะดวก ทั้งไม่เปลืองเรี่ยวแรง
นามว่าคัมภีร์ทว่าแท้จริงแล้วคือวิชามาร!
“ถือว่าเจ้ามีฝีมือ ครานี้ข้าจะยอมให้”
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็มิได้ขัดขืนอีก ปล่อยให้สำนึกถูกกัดกินหายไป ถึงแม้โกรธแค้นสุดหัวใจ แต่กลับสงบเย็นลงในบั้นปลาย
“เสียทีหนึ่ง ก็แลกเป็นบทเรียนหนึ่ง เจ้าหลอกข้าได้ครั้งเดียว แต่ข้ายังมีอีกนับไม่ถ้วน”
“ความแค้นนี้ข้าจดจำไว้แล