การรับบทเป็นกัปตันฉินอี้ผู้มีความตั้งใจอันแรงกล้านั้นยากที่สุด ลู่จือเหยาถอนหายใจเบาๆ ดูเหมือนว่าหลายวันต่อจากนี้จะยุ่งอีกแล้ว เขาอยากศึกษาบทกับกระจกอยู่ในโรงแรม อยากปรับปรุงทักษะการแสดงและสี
หน้าเพื่อให้แสดงเนื้อเรื่องส่วนสุดท้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ลู่จือเหยาก็เลือกหยิบบททั้งหมดที่มีมาอ่านตั้งแต่ต้นจนจบอีกคร้ัง แล้ว
วิเคราะห์เนื้อเรื่องจากมุมมองของตัวเอง ความประทับใจที่ตราตรึงที่สุดท่ีเรื่องนี้ทิ้งไว้ให้ลู่จือเหยาคือ ‘มุมมองทาง
วัฒนธรรม’ ในฐานะนักแสดงลู่จือเหยาดูหนังมาหลายเรื่อง เขาเคยดูหนังแนวต่างๆ จาก
หลากหลายประเทศ เนื้อเรื่องของ Mission & Choice ถ้าแยกออกมาเป็นส่วนๆ ก็ไม่ได้มีความ
พิเศษอะไรเมื่อเทียบกับหนงัแนวไซไฟทั่วไป แน่นอนว่าเป็นเรื่องปกติ
เพราะ ‘เซิร์ก’ ปรากฏตัวในหนังแนวไซไฟมาหลายทศวรรษแล้ว หนังที่ออกมา ก่อนนําเสนอแนวคิดจากหลากหลายแง่มุมด้วยหลากหลายวิธี แทบไม่เหลือช่องให้คน รุ่นใหม่สร้างสรรค์สิ่งใหมๆ่ ออกมาได้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะล้มล้างโครงเรื่องทิ้งหมดเมื่อมีผลงานสุดคลาสสิกมากมาย
ขนาดนี้ แต่ลู่จือเหยามองว่าความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกม Mission & Choice คือ การผสมผสานมุมมองทางวัฒนธรรมของจีนและตีมไซไฟเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ในจีนหนังแนวไซไฟหาได้ยากมาก เพราะหนังแนวไซไฟใช้ทุนสร้างสูงเกินไปและ ต้องใช้พร็อบสั่งทําพิเศษ เอฟเฟ็กต์พิเศษ และทีมงาน