ท่ากับเอาความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีให้เราไปช่วยสนับสนุนกิจการอื่น“ตามหลักการแล้วก็ถือว่าได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย ในฐานะคนกลาง เราจะเป็นสะพานเชื่อมลูกค้ากับบริษัทอื่น บริษัทที่ร่วมมือกับเราจะทำเงินได้น้อยลงกำไรถูกแบ่ง ลูกค้าได้ส่วนลด ถ้าจัดแจงแบบนี้เราจะได้รับผลประโยชน์“แต่คำถามคือ คุณมั่นใจได้ไงว่าความร่วมมือในลักษณะนี้จะอยู่ในสถานการณ์ในอุดมคติเสมอ คู่ค้าอาจจะเริ่มต้นกับเราดี แต่หลังๆ มาอาจเริ่มโลภมากขึ้นเพราะเห็นว่าหาเงินได้ง่ายขนาดไหน พวกเขาอาจจะลดคุณภาพสินค้าลงเพื่อเพิ่มกำไร แล้วลูกค้าก็มาเจอเข้า…“เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าบริษัทที่เราร่วมมือด้วยจะไม่ลดคุณภาพลง“ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทรัพยากรของเถิงต๋าก็จะแปดเปื้อน รากฐานที่เถิงต๋าสร้างมาจะสั่นคลอน เราอาจจะขาดทุนหนัก“อย่าเชื่อมั่นว่าบริษัทอื่นจะมีมโนธรรมเหมือนเถิงต๋า ไม่กี่วันก่อนเราเพิ่งได้บทเรียนจากบริษัทจู้เจียมาไม่ใช่เหรอ”เหลียงชิงฟานกับซ่งไข่เข้าใจทันทีเป็นภัยแอบแฝงที่ร้ายแรงมาก!จริงๆ แล้วทั้งสองเคยคิดถึงประเด็นนี้ แต่ก็ปัดตกไปเพราะสองเหตุผล หนึ่งเพราะเป็นการขอความร่วมมือเฉยๆ ไม่ได้มีการเซ็นสัญญาเป็นทางการ สอง พวกเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เพราะไว้ใจบริษัทอื่นเกินไปพอได้ฟังที่ลู่หมิงเหลียงพูด ทั้งสองก็ตาสว่างทันทีบอสเผยเป็นห่วงเรื่องนี้นี่เอง!ทั้งสองหันไปทางบอสเผยแล้วเห็นบอสกำลังจิบไวน์พลางครุ่นคิดอะไรอยู่เหมือนว่ากำลังพยายามปรับแผน