โชคดีที่พวกเราฉลาด!
ไม่งั้นคงได้เช่าห้องโดยไม่ได้เอาไปทำอะไรและโยนเงินหมื่นหยวนทิ้งทุก เดือนๆ
ถึงเงินหมื่นหยวนต่อเดือนจะไม่ได้มากมายสำหรับพวกเขา แต่ถ้าให้โยนทิ้งไป เฉยๆ ก็ปวดใจอยู่ดี
พอเห็นสีหน้าทุกคน หลี่สือก็ยืนยันความคิดตัวเองได้
เขาถอนหายใจเบาๆ “เฮ้อ พวกคุณนี่ ทำไมไม่คิดอะไรให้มันลึกซึ้งหน่อย ถ้า ผมไม่เรียกทุกคนมาบอกใบ้ พวกคุณก็คงจะเดินกลับออกจากภูเขาสมบัติแบบมือ เปล่า”
ใบหน้าของเหล่านักลงทุนฉายชัดถึงความสงสัย
ทำไมบอสหลี่พูดแบบนั้นล่ะ
เรียกที่นี่ว่าเป็นภูเขาสมบัติได้ยังไง
ภูเขาสมบัติที่ไหนมีแค่ผนังเปล่าสี่ด้านกัน
อีกอย่าง ถึงเฟอร์นิเจอร์จะค่อนข้างมีมูลค่า แต่นั่นก็สำหรับคนทั่วไป ใน สายตาเหล่าคนรวย ของพวกนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากของใช้ในชีวิตประจำวัน
พวกเขาจะเดินกลับออกจากภูเขาสมบัติแบบมือเปล่าได้ยังไง
นักลงทุนคนหนึ่งถามขึ้น “บอสหลี่ช่วยอธิบายให้พวกเราฟังหน่อย สมบัติที่ คุณว่านี่อยู่ไหนกันเหรอครับ”
หลี่สือขำ “เคยอ่านจารึกเรือนซ่อมซ่อมั้ยครับ ภูผาไม่ได้ขึ้นกับความสูง หากมี เซียนอยู่ชื่อเสียงย่อมระบือไกล วารีไม่ได้ขึ้นกับความลึก หากมีพญามังกรอยู่ แม่น้ำย่อมศักดิ์สิทธิ์ เฟอร์นิเจอร์กับการจัดวางข้าวของในห้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด งั้นเหรอ ไม่ใช่เลย! คนที่พักอยู่ที่นี่ต่างหากที่สำคัญที่สุด!”
เขาลดเสียงลง “จะบอกอะไรให้นะ บอสเผยพักอยู่ชั้นบนสุด”
เหล่านักลงทุนเบิกตากว้าง