อีกฝ่ายกดรับสายแทบจะทันที หลินชั่นหรงคงไม่คาดคิดว่าบอสเผยจะโทรมาหา น้ำเสียงของเขาฟังดูกระสับกระส่าย “บอสเผย! มีอะไรให้ช่วยเหรอครับ”
เผยเชียนตอบเสียงเรียบ “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ผมแค่อยากถามว่าช่วงนี้มีลูกค้ามาที่ครัวส่วนตัวหมิงหยุนเยอะมั้ย”
หลินชั่นหรงไม่ได้ตอบทันที เขารู้สึกอับอายมาก
อย่าถามเลยว่าเยอะไหม ถามว่ามีสักคนไหมน่าจะดีกว่า…
ตั้งแต่วันเปิดกิจการ ครัวส่วนตัวหมิงหยุนก็ให้บริการแค่ตอนจัดงานเลี้ยงบริษัทเถิงต๋ากับตอนต้อนรับจางจู่ถิง นอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีลูกค้าเลยสักคน
ซึ่งก็ไม่แปลก พวกเขาไม่ได้โฆษณาร้านให้เป็นที่รู้จัก จึงไม่มีลูกค้ามาที่ร้านเลย
พนักงานบางคนเล่าเรื่องครัวส่วนตัวหมิงหยุนให้เพื่อนฟัง แต่ร้านตั้งอยู่ไกลในโซนปลอดผู้คน พอไม่มีคนนำทางก็เป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะหาร้านเจอ คนส่วนใหญ่ไม่อยากขับหาร้านเอง ส่วนพนักงานเถิงต๋าก็เพิ่งกินเลี้ยงที่นี่ไป จึงไม่มีใครอยากแวะมากินอีกรอบโดยควักเงินตัวเองจ่าย
ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาจึงไม่มีลูกค้าเลยสักคน
ถึงจะดูเหมือนทำงานได้ไม่ดี แต่พอคิดสักพัก หลินชั่นหรงก็ตัดสินใจบอกบอสเผยไปตรงๆ จะให้โกหกก็คงไม่เหมาะ
บอสเผยเป็นคนสายตาเฉียบแหลม ถ้าโกหกบอสไปต้องจบไม่สวยแน่
“ที่ผ่านมาไม่มีลูกค้าเลยสักคนครับบอสเผย ผมต้องไปทบทวนเรื่องนี้ดูอีกที่ เราน่าจะโปรโมตร้านได้ไม่ดีเท่าที่ควร เดี๋ยวผมจะไปเน้นเรื่องโปรโมตร้าน…” หลินชั่นหรงยอมรับผิด
พอเผยเชียนได้ยินที่อี