งสร้างความเกลียดชังในหมู่ผู้เล่นได้ง่ายมาก เพราะผู้พัฒนาเกมส่วนใหญ่จะออกแบบตัวเกมให้มีการแข่งขันในหมู่ผู้เล่นสูงเพื่อบีบบังคับให้เติมเงินเยอะๆ
ยกตัวอย่างเช่น ตอนทำสงคราม
ถ้าสามารถยึดครองเมืองได้ ผู้เล่นคนนั้นก็จะได้ขึ้นเป็นราชา มีประกาศแจ้งผู้เล่นทุกคนในเซิฟเวอร์ และผู้เล่นทุกคนในเมืองก็จะได้รับรางวัล เรียกได้ว่าเป็นโอกาสสุดยอดในการอวดเบ่งความเก่งของตัวเองให้คนอื่นรู้
ผู้เล่นหลายคนอยากขึ้นเป็นราชา ทีนี้ก็ต้องวัดกันว่าใครเติมเงินเยอะกว่า
นายเติมหนึ่งหมื่น ฉันเติมสามหมื่น นายเติมห้าหมื่น ฉันเติมหนึ่งแสน…
ความคิดอยากเอาชนะนี้จะกลายเป็นวงจรอุบาทว์ วาฬสองตัวจะแข่งกันเติมเงินซื้อข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตรงตามที่ผู้พัฒนาเกมต้องการ
ทุกๆ อัปเดตจะมีอุปกรณ์เพิ่มเข้ามา ไม่ว่าก่อนหน้านี้เหล่าวาฬจะเติมไปเยอะเท่าไหร่ พวกเขาก็ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นถ้าไม่อยากโดนแซงหน้า
ผ่านไปปีสองปี ผู้เล่นที่เติมเงินไปมากมายก็จะมองย้อนกลับไป แล้วตระหนักว่าเงินที่เสียไปนั้นได้เพียงความว่างเปล่ามาเท่านั้น
แต่ถ้ามองจากอีกมุม ทำไมเกมแบบนี้ถึงเป็นที่นิยมได้ล่ะ
นั่นก็เพราะในเกมมีโลกที่มีชีวิตชีวาและอัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์
จริงๆ แล้วเกมออนไลน์แนว MMORPG สมัยก่อนก็ใช้กลวิธีเดียวกัน ตัวอย่างเช่น เกม Fantasy World เองก็มีระบบกิลด์ สมาชิกในกิลด์มีหัวหน้ากิลด์ ผู้จัดการกิลด์ หัวหน้าทีมผู้ช่วย ผู้บัญชาการ และอื่นๆ โดยผู้เล่น