สวรรค์มหามรรคา แม้แตมูหลิง ลัวกับเทพกระบีก็มาดวยเทพกระบีบรรลุขันพรหมแลวแตมิไดทำตัวเหินหางกับ สหายเกาทั้งหลาย เขายังคงมารวมตัวกับคนอื่น เพื่อถก เกี่ยวกับการฝึกบำเพ็ญเป็นระยะเชนเดิม “จ ะขอบุญบารมีจากมรรคาสวรรค เจ้าตองเตรียม ถ้อยคำเอาไว้ให้พร้อม ฺถ้อยคำนี้จะเอยตอหน้าสรรพชีวิต ทั่วหล้า” เทพกระบี่เอยเตือน ไปฉีพยักหน้าแล้วยิ้มกระหยิ่มยิ้มยอง “ข้ารับใช้นายทาน มานานถึงเพียงนี้` เรื่องพรรคนี้ข้าจะทำไมเป็นได้อยางไรกัน” เยี่ยสวินตี่หยอกล้อ “อยูตอหน้าพวกเราเลิกโม้เถอะนา มรรคาจารยตองใหเจารับใชดวยหรือไร” “เจ้าจะไปเข้าใจอะไร เจ้าคิดวาติดตอสื่อสารกับผู้คน ไมต้องใสใจอยางนั้นรี” มูหลิงลัวเห็นทั้งสองคนทำทาจะทะเลาะกันอีกแลว จึงรีบ เปลี่ยนประเด็นถามขึ้นวา “วาแตเจ้าตั้งใจจะสร้างวาสนาแหง บุญบารมีเมื่อใดหรือ ไปฉีได้ยินคำถามก็ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “นาจะ เป็นหนึ่งปีหลังจากนี้ แตก็ไมรู้วามรรคาสวรรค์จะเมตตาหรือไม”จีอูจวินเอยแชว “ในเมือมรรคาจารยเป็จ lนผูชีแนะใ ให เจาทำเจายังจะกังวลอะไรอีก มรรคาสวรรคยอมตองเชือฟัง มรรคาจารย์ไมใชหรือไร” ทุกคนพากันหัวเราะตาม แต แเทพกระบีกลับติงดวยทาทีจริงจัง “จะคิดเชนนันไมไดการดำรงอยูของมรรคาสวรรคเป็นอิสระจากมรรคาจารยอยาง สมบูรณ์ เข้าสัมผัสได้วามันมือยูจริงฯ แล้วยังเป็นสิ่งที่มิอาจ ก้าวข้ามได้อีกด้วย” ขั้นพรหมล้วนสัมผัสถึงมรรคาสวรรค์ได้ ิสิ่งที่พวกเขา สัมผัสได้คือมรรคาสวรรค์นั้นชาง