เขาก็สอบตกถึงสามวิชาก่อนหน้าที่จะเรียนจบ เห็นได้ชัดเลยว่าเจ้าเด็กคนนี้เกลียดการเรียนแค่ไหน
การยื่นจบล่าช้าทำให้จูซิงอันจะได้ใบปริญญาตอนปลายปี แต่หม่าอี้ฉวินก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก สำหรับเขาแล้ว เกรดไม่ใช่ตัวชี้วัดสำคัญว่าคนคนหนึ่งจะเก่งเรื่องการตรวจแก้งานหรือเปล่า มันไม่ได้มีความเชื่อมโยงกันขนาดนั้น
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย จูซิงอันชอบอ่านเว็บโนเวลและเล่นเกมมาก เขามีความสนใจหลากหลาย ทำให้เรียนรู้งานบรรณาธิการได้เร็วกว่าคนอื่นๆ
หม่าอี้ฉวินตั้งใจว่าพอผลงานของจูซิงอันเป็นที่น่าพอใจเมื่อไหร่จะเลื่อนขั้นให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบรรณาธิการหมวดนิยายยอดนิยม จะได้แบ่งเบาภาระของเขาไปได้บ้าง
หลังจากกลับไปถึงโต๊ะทำงานและจัดแจงอะไรเล็กน้อย หม่าอี้ฉวินก็เรียกเหล่าเด็กปั้นที่มีโอกาสจะได้เป็นหัวหน้าฝ่ายบรรณาธิการในอนาคตมาเข้าประชุมเพื่อที่จะได้แจ้งคำสั่งจากบอสเผย
ต่อไปพวกเขาจะลดเกณฑ์การรับต้นฉบับลง โดยจะดึงนักเขียนให้เข้ามาทำงานรับเงินเดือนประจำ เป้าหมายของพวกเขาคือหานิยายมาลงเว็บให้ได้ตามเป้า
หลังจากนั้นหม่าอี้ฉวินก็พูดถึงปัญหาเรื่องที่พวกเขาไม่ค่อยมีงานให้ทำ
คนที่เรียนรู้งานด้านเว็บโนเวลไวๆ อย่างจูซิงอันสามารถเริ่มทำงานเป็นบรรณาธิการได้เลยถ้าจำเป็น นอกจากนี้ เนื่องจากตอนนี้มีต้นฉบับส่งเข้ามาไม่มาก งานคัดเลือกต้นฉบับจึงทำเสร็จได้ไว
ถ้ามีช่วงว่างจากการทำงาน พวกเขาสามารถศึกษาวิเคราะห์งานเขียนบนเว็บอู๋เซีย