ผยเชียนยืนเงียบๆ อยู่ตรงมุมหนึ่ง ในใจรู้สึกสั่นไหวหน่อยๆ
ฉันมันวายร้ายจริงๆ…
ที่มุมเงียบๆ บนชั้นสอง หม่าหยางเสียใจหนักมากจนแทบจะร้องไห้ออกมา
“บ่อเงินบ่อทองของฉัน…”
จางหยวนยืนอยู่ข้างๆ เขายื่นทิชชู่ให้หม่าหยางพร้อมพูดปลอบ “บอสหม่า นั่นมันความฝันของเฉินเหล่ย เราควรจะสนับสนุนเขานะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสักหน่อย เราหานักร้องประจำคนใหม่ได้ตลอดแหละ…”
แต่หม่าหยางไม่ได้รู้สึกดีขึ้น ใบหน้าของเขาเหยเกเพราะความทุกข์ระทม
“ผม…ผมต้องสนับสนุนให้เฉินเหล่ยทำตามฝันอยู่แล้ว…
“แต่ก็อยากให้ร้านเราพลิกจากขาดทุนมาทำกำไรกับเขาได้สักที
“ช่างเถอะ ผมควรจะเคารพการตัดสินใจของเฉินเหล่ย…”
ถึงหม่าหยางจะฟังไม่ออกว่าแบบไหนคือเพราะหรือไม่เพราะ แต่จากการสังเกตอยู่หลายวัน เขาก็ตระหนักได้ว่าเฉินเหล่ยมีความสามารถมากกว่านักร้องประจำคนอื่นๆ เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหานักร้องประจำคนใหม่ที่จะเรียกความนิยมได้เท่าเฉินเหล่ย
จริงๆ แล้วที่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูมีทีท่าเหมือนจะพลิกกลับมาทำกำไรได้ก็เป็นเพราะเฉินเหล่ย เขาร้องเพลงเพราะ เรียกลูกค้าประจำให้ร้านได้เยอะมาก มีคนมาซื้อเครื่องดื่มให้เขาทุกคืน ทำกำไรให้ร้านได้มากมาย
ถ้าไม่มีเฉินเหล่ย นักร้องคนอื่นๆ ดีสุดก็คงมีความสามารถประมาณจางหยวน สถานการณ์ต่อจากนี้คงไม่ดีแบบเดิมแน่ๆ
เผยเชียนเดินขึ้นบันไดมาเงียบๆ เขายื่นทิชชู่ให้หม่าหยางหนึ่งแพ็ก “ไอ้หม่า ไม่เป็นไรน่า เฉินเหล่ยมีความสามารถมาก จ