่วนแบ่งเท่ากันเหรอพี่”
จางหยวนอึ้งไป “น้องหม่าพูดอะไรของน้อง ก็ต้องเป็นอย่างนั้นสิ น้องเป็นคนบอกเองนะว่าจะให้เฉินเหล่ยห้าสิบเปอร์เซ็นต์…”
หม่าหยางแทบลมจับ “…โคตรเสียดายเลยพี่ เรายกเลิกที่จะแบ่งให้ครึ่งหนึ่งดีมั้ย เปลี่ยนเป็นห้าเปอร์เซ็นต์ไม่ก็ หนึ่งเปอร์เซ็นต์แทน”
จางหยวนพูดขัด “น้องหม่า น้องจะเปลี่ยนคำพูดภายในวันเดียวกันไม่ได้ คิดจะไล่เขาเหรอ น้องเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะแบ่งให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์”
“ผมบอกไปอย่างนั้นก็จริง แต่ไม่รู้นี่ว่าจะเป็นเงินเยอะขนาดนี้…” หม่าหยางเกาหัวอย่างปวดใจ
จางหยวนเงียบไปพักหนึ่ง
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหม่าหยางถึงใจป้ำ เขาไม่ได้คำนวณดูเลยด้วยซ้ำ!
แต่เห็นหม่าหยางคิดจะกลับคำพูด จางหยวนก็รีบปรามทันที
“น้องหม่า ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก เราขาดทุนกันเดือนละสามแสนหยวนอยู่แล้ว ถึงจะดึงส่วนแบ่งของเฉินเหล่ยมาก็ได้เพิ่มแค่สองถึงสามหมื่นหยวน ในระยะยาวแล้วถือว่าไม่ได้อะไรเลย”
“ถ้าเราให้ส่วนแบ่งเฉินเหล่ยเยอะ ลูกค้าก็จะอุดหนุนเพิ่มเพื่อสนับสนุนเขา ถ้าร้านดังขึ้นมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็มีลูกค้าเข้ามาเพิ่ม ถึงตอนนั้นอะไรๆ ก็จะดีขึ้นเอง”
หม่าหยางขมวดคิ้ว “จะพออยู่เหรอ ตามที่พี่คำนวณ เราต้องขายเครื่องดื่มให้ได้มากกว่าพันแก้วถึงจะหักกลบลบหนี้ได้ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลย จากขนาดร้านของเรา แค่สองร้อยคนยังจุไม่พอ พันคนนี่ไม่ต้องพูดถึง”
จางหยวนไม่รู้จะตอบยังไงดี “อืม ยังไงซะตอนนี้ยอดขายเค