งดื่มมาแก้วหนึ่ง แล้วก็นั่งฟังจนนักร้องลง!
“เขาร้องดีมาก ไม่ได้พยายามเชียร์แขก แค่ร้องไปเรื่อยๆ ฟังแล้วรู้สึกสบาย แถมเครื่องดื่มกับบรรยากาศร้านก็ดีสุดๆ
“หลังจากนั้นฉันก็มาอีกหลายครั้ง ถึงจะแพงแต่บริการดีมาก พนักงานทุกคนดูแลลูกค้าดีสุดๆ ไม่ต้องตะโกนเรียก แค่เหลือบไปมอง เขาก็เดินตรงมาหาแล้ว รู้สึกดีมากเลย!”
คนหนึ่งในกลุ่มพูดขัดขึ้น “จริงเหรอ พูดอย่างกับว่าพนักงานอ่านใจเราออก”
หญิงสาวปรายตามองอีกฝ่าย “ก็ไม่ได้ขนาดอ่านใจออกหรอกย่ะ แค่จะบอกว่าพนักงานใส่ใจในหน้าที่มากๆ คอยสอดส่องดูลูกค้าอยู่ตลอด แค่ขยับตัวหรือสีหน้าเปลี่ยนนิดหน่อยก็ดูออกแล้ว พอรู้ว่าลูกค้าต้องการความช่วยเหลือก็จะพุ่งมาหาทันที
“แถมพนักงานยังไม่มารบเร้ากวนใจ ไม่แนะนำเครื่องดื่ม ไม่ถามว่าอยากสมัครสมาชิกมั้ย สุภาพมากๆ ฉันติดใจจนมากระทั่งตอนกลางวัน มาจิบกาแฟอ่านหนังสือ รู้สึกดีมากเลยๆ
“ไม่ต้องห่วงน่า เดี๋ยวนักร้องก็ขึ้นแล้ว
“เขาชื่อเฉินเหล่ย ได้ยินว่าพักอยู่แถวๆ นี้แหละ พอเรียนจบชั้นมัธยมก็ไม่ได้ไปเรียนต่อที่ไหน เก็บตัวอยู่บ้าน มุ่งมั่นกับเรื่องดนตรี
“ไม่รู้ว่าร้านนี้ไปหาคนเก่งๆ แบบนี้มาได้ยังไง
“หันไปดูเวที! มาแล้วๆ!”
เฉินเหล่ยถือกีตาร์เดินขึ้นเวที เสียงโห่เชียร์ดังกระหึ่มจากฝั่งคนดู มีหญิงสาวคนหนึ่งตะโกนลั่น “เฉินเหล่ย ฉันรักเธอ!”
เฉินเหล่ยแก้มแดง ปรับไมโครโฟนและดีดกีตาร์สองสามที ทำเหมือนว่าไม่ได้ยินที่หญิงสาวพูด เสียงหัวเร